วันอังคารที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2564

พรรคเพื่อไทย ขับ "ศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ และ พรพิมล ธรรมสาร" พ้นจากความเป็นสมาชิกพรรค

 



 

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย แถลงมติคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย ว่าได้พิจารณารายงานการสอบสวนวินัยและจริยธรรมของคณะกรรมการวินัยและจริยธรรม แล้วมีมติดังนี้

1.      นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ที่มีพฤติการณ์กล่าวหาพรรคและผู้บริหารของพรรคด้วยการแถลงต่อสื่อมวลชนหลายครั้งติดต่อกัน อันมีลักษณะเป็นปฏิปักษ์ต่อพรรค เป็นการทำลายภาพลักษณ์และชื่อเสียงของพรรค ก่อให้เกิดความเสียหายต่อพรรคอย่างร้ายแรง การกระทำดังกล่าวเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับพรรคเพื่อไทย พ.ศ.2561 ข้อ 19(3) และ (8) และเป็นการกระทำผิดวินัยและจริยธรรมของการเป็นสมาชิกพรรคตามข้อบังคับพรรคข้อ 113 (3) และ (5) จึงเห็นชอบด้วยมติเอกฉันท์ให้ลงโทษนายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ด้วยการให้พ้นจากสมาชิกภาพตามข้อบังคับพรรคข้อ 118 (4) ตามความเห็นของคณะกรรมการวินัยและจริยธรรม

2.      นางสาวพรพิมล ธรรมสาร มีพฤติการณ์ ฝักไฝ่พรรคการเมืองอื่น ไม่ยึดมั่นในเจตนารมณ์และอุดมการณ์ของพรรค อีกทั้งเป็นการกระทำผดซ้ำสองในพฤติการณ์เดียวกัน ซึ่งพรรคเคยมีมมติลงโทษไปแล้ว ตามคำสั่งพรรคเพื่อไทยที่ 0045/2563 ลงวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2563 ซึ่งการฝักไฝ่พรรคการเมืองอื่นของนางสาวพรพิมล ธรรมสาร ถือเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับพรรคเพื่อไทย พ.ศ.2561 ข้อ 19(3) และ (7)  และถือเป็นการกระทำผิดวินัยและจริยธรรมของการเป็นสมาชิกพรรคตามข้อบังคับพรรคข้อ 113 (2) (3) และ (12) จึงเห็นชอบด้วยมติเอกฉันท์ให้ลงโทษนางสาวพรพิมล ธรรมสาร ด้วยการให้พ้นจากสมาชิกภาพตามข้อบังคับพรรคข้อ 118 (4)  ตามความเห็นของคณะกรรมการวินัยและจริยธรรม

จากนั้น จึงนำเข้าสู่ที่ประชุม ส.ส.พรรคเพื่อไทย โดยมีจำนวนกรรมการบริหารพรรคและส.ส. 143 คน มีผู้มาใช้สิทธิ 135 คน ผลการลงคะแนน ปรากฏว่า

1.      นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ มีผู้ลงคะแนนเห็นด้วยกับมติกรรมการบริหารพรรค 131 เสียง ไม่เห็นด้วย 2 เสียง ไม่ลงคะแนน 2 เสียง

2.      นางสาวพรพิมล ธรรมสาร มีผู้ลงคะแนนเห็นด้วยกับมติกรรมการบริหารพรรค 134 เสียง ไม่เห็นด้วย 1 เสียง ไม่ลงคะแนน 0 เสียง

ดังนั้น จึงถึอว่ามติที่ให้นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ และ นางสาวพรพิมล ธรรมสาร พ้นจากสมาชิกภาพของการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย โดยมีเสียงเห็นด้วยไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 หรือ 108 เสียง ดังนั้น นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ และ นางสาวพรพิมล ธรรมสาร จึงพ้นจากความเป็นสมาชิกภาพ พรรคเพื่อไทยนับแต่วันนี้เป็นต้นไป

วันศุกร์ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2564

"พานทองแท้ ชินวัตร" ลุยน้ำท่วม ให้กำลังใจพร้อมมอบสิ่งของผู้ประสบอุทกภัย จ.ชัยภูมิ


 












"พานทองแท้ ชินวัตร" ลุยน้ำท่วม ให้กำลังใจพร้อมมอบสิ่งของผู้ประสบอุทกภัย จ.ชัยภูมิ

นายพานทองแท้ ชินวัตร และคณะ ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตน้ำท่วมในพื้นที่อ.คอนสวรรค์ จ.ชัยภูมิ โดยในวันนี้ นายพานทองแท้ ชินวัตร และคณะได้เดินทางมาร่วมลงพื้นที่เพื่อรับมอบสิ่งของ จำเป็นเพื่อการอุปโภคบริโภค ให้กับชาวบ้านที่เดือดร้อนด้วยตัวเอง โดยกำหนดการรับมอบสิ่งของตามจุดต่างๆ นั้น เริ่มต้นที่ บ้านแก่งโก อ.แก้งสนามนาง จ.นครราชสีมา / สะพานข้ามลำน้ำก่ำ บ้านโนนสะอาด - กุดโดน ต.โนนสะอาด / บ้านลำชี /และสิ้นสุดการรับมอบสิ่งของในพื้นที่ตัวอำเภอเมืองชัยภูมิ

 

สำหรับบรรยากาศของการลงพื้นที่ในวันนี้ แม้ ประชาชนในพื้นที จะต้องเผชิญกับอุทกภัย แต่ก็ยังออกรอพบนายพานทองแท้และคณะตลอดเส้นทาง  พร้อมขอถ่ายภาพเป็นที่ระลึก และ ได้บอกเล่าถึงความทุกข์ยาก ระหว่างที่ต้องทนกับสถานการณ์อุทกภัย

 

ซึ่ง นายพานทองแท้เดินทางมาให้กำลังใจประชาชน รวมถึงผู้ประสบอุทกภัย อย่างเป็นกันเอง ขนาดเดียวกัน ประชาชนในพื้นที่ ได้ฝากความคิดถึงไปยังอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตรด้วย

 


ภาพบรรยากาศ คุณโอ๊ค พานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายอดีตนายกรัฐมนตรี ดร.ทักษิณ ชินวัตร ลงพื้นที่มอบสิ่งของบรรเทาทุกข์ จ.ชัยภูมิ







ภาพบรรยากาศ คุณโอ๊ค พานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายอดีตนายกรัฐมนตรี ดร.ทักษิณ ชินวัตร ลงพื้นที่มอบสิ่งของบรรเทาทุกข์ ให้กับพี่น้อง บ้านแก่งโก อ.แก้งสนามนาง, บ้านโนนสะอาด-กุดโดน บริเวณสะพานข้ามลำน้ำก่ำ ต.โนนสะอาด อ.คอนสวรรค์ จ.ชัยภูมิ


วันจันทร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2564

ส.ส.ชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย นำโดย นพ.สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ , พรเพ็ญ บุญศิริวัฒนกุล และ นพ.โอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม สาหัสที่สุดในรอบ 30 ปี

 







ส.ส.ชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย นำโดย นพ.สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ , พรเพ็ญ บุญศิริวัฒนกุล และ นพ.โอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม สาหัสที่สุดในรอบ 30 ปี ชี้สาเหตุจากการบริหารจัดการน้ำผิดพลาด กักเก็บน้ำไว้แล้วระบายไม่ทัน จนประชาชนต้องลำบาก

.

นพ.สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ส.ส.ชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่ด่านระวังน้ำท่วม อ.คอนสวรรค์ และ อ.บ้านแท่น จ.ชัยภูมิ พบว่า สะพานข้ามลำน้ำชี จุดบ้านลำชี น้ำเพิ่มสูงเข้าท่วมไร่นาชาวบ้านเสียหาย จุดสะพานข้ามลำน้ำก่ำ บ้านกุดโดนและบ้านพันชาติ พบสะพานถูกน้ำพัดพังเสียหาย ชาวบ้านใช้สัญจรไม่ได้ จุดลำน้ำพรมและลำน้ำเชิญ อ.บ้านแท่น ระดับน้ำท่วมสูงถนนถูกตัดขาด ชาวบ้านไม่สามาถเข้าออกได้ตามปกติ ส่วนในเขตเทศบาลเมืองชัยภูมิ โรงพยาบาลชัยภูมิถูกน้ำท่วมจนต้องใช้เรือรอรับส่งคนไข้ฉุกเฉิน จึงอยากวอนให้กรมเจ้าท่าเร่งสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งลำน้ำชีเพิ่มเติมจากเดิมที่ก่อสร้างไว้บางส่วนซึ่งไม่สามารถกั้นน้ำในกรณีที่มีน้ำป่าได้ และเร่งบริหารจัดการน้ำในอ่างและเขื่อนเก็บน้ำในภาคตะวันออกเฉียงเหนืออย่างเร่งด่วน

.

พรเพ็ญ บุญศิริวัฒนกุล ส.ส.ชัยภูมิ ลงพื้นที่ อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่เป็นผู้ป่วยติดเตียง โดยระดับน้ำใน อ.ภูเขียว เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง จากน้ำฝนและน้ำที่ระบายจากเขื่อนที่สมทบกัน จึงต้องขอให้กรมชลประทานบริหารจัดการน้ำให้ดีกว่านี้เพื่อไม่ให้ประชาชนเดือดร้อน  

.

ด้าน นพ.โอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย ส.ส.ชัยภูมิ กล่าวว่า พื้นที่ อ.เมืองชัยภูมิ ซึ่งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจจมน้ำแล้ว 100% เป็นความผิดพลาดของภาครัฐชัดเจนในเรื่องการบริหารจัดการน้ำในเขื่อนลำปะทาวที่กักเก็บน้ำไว้จำนวนมาก ประกอบกับเมื่อมีฝนตกทำให้น้ำในลำน้ำชีเพิ่มสูงขึ้น ถ้าน้ำในลำน้ำชีไม่มากและน้ำในเขื่อนไม่มาหนุน เมืองชัยภูมิก็จะไม่ท่วม และเมื่อน้ำท่วมแล้ว ภาครัฐก็ไม่มีอาหาร ไม่มีเรือสัญจร ถุงยังชีพไม่เพียงพอ ตอกย้ำว่าบริหารจัดการน้ำล้มเหลว การจัดการเยียวยาประชาชนในเมืองก็ล้มเหลวเช่นกัน

“หมอชลน่าน”ผิดหวัง“บิ๊กตู่”ลงพื้นที่แค่วัดพลังการเมืองไม่ฟังเสียงประชาชน



   นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า กรณีที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี และนายอุดม รัฐอมฤต อดีตคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ปี 60 ยืนยันว่าพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  ไม่เข้าเงื่อนไขตามที่รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 มาตรา 158 วรรคสี่ ระบุว่า “นายกรัฐมนตรีจะดำรงตำแหน่งรวมกันแล้วเกิน 8 ปีมิได้ ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการดำรงตำแหน่งติดต่อกันหรือไม่ แต่มิให้นับรวมระยะเวลาในระหว่างที่อยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปหลังพ้นจากตำแหน่ง เนื่องจากการนับอายุดำรงตำแหน่ง เริ่มขึ้นเมื่อรัฐธรรมนูญ ปี 2560 มีผลบังคับใช้ ไม่นับตั้งแต่ก่อการรัฐประหาร 


การตีความของนายวิษณุ และนายอุดมจึงเป็นการตีความกฎหมายแบบศรีธนญชัย เพื่อเอาใจผู้มีอำนาจมากกว่าที่จะพิจารณาถึงข้อกฎหมาย นอกจากนี้การพูดเช่นนี้เป็นการชี้นำศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายวิษณุ ทำตัวเป็นศาลรัฐธรรมนูญเสียเอง ดังนั้นในส่วนของพรรคฝ่ายค้านจะมีการยื่นตีความคุณสมบัติของพลเอกประยุทธ์ อย่างแน่นอน ว่าขัดกันซึ่งผลประโยชน์หรือไม่ ส่วนกรณีที่พรรคร่วมรัฐบาลออกโจมตีฝ่ายค้านในกรณีดังกล่าว เป็นเพียงต้องการเกาะอำนาจเท่านั้น เพราะถ้าผลออกมาว่าประยุทธ์ หลุดตำแหน่งก็จะหลุดตามไปด้วย


นายแพทย์ชลน่าน กล่าวด้วยว่า  การลงพื้นที่ตรวจดูสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ของพลเอกประยุทธ์ นั้น เป็นการไปสร้างภาระให้กับหน่วยงานในพื้นที่มากกว่า ทั้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ข้าราชการทุกหน่วยงานนับร้อยคน ต้องทิ้งภารกิจทุกอย่างเพื่อมารอต้อนรับพลเอกประยุทธ์ ลงตรวจพื้นที่ ทั้งๆ ที่ข้าราชการเหล่านี้ควรออกไปช่วยชาวมากกว่า นอกจากนี้ประชาชนที่ไปรอต้องรับต้องผ่านการคัดกรองและจัดฉากให้พูดเยินยอพลเอกประยุทธ์ อย่างเดียวเท่านั้นไม่สามารถสะท้อนปัญหาของพื้นที่ได้แต่อย่างใด  


“นอกจากนี้การลงพื้นที่ของพลเอกประยุทธ์ เป้าหมายไม่ได้ลงไปพบปะพี่น้องประชาชน แต่เป็นการวัดพลังในพรรคพลังประชารัฐมากกว่า ดังนั้นจึงเห็นการระดม ส.ส. ของพรรคไปรอรับพลเอกประยุทธ์เพียงจำนวนหนึ่งเท่านั้น  สะท้อนถึงความไม่มีเสถียรภาพของรัฐบาล ดังนั้นผลที่ออกมาจึงไม่ได้เป็นการไปให้กำลังประชาชน 

แต่ไปเพื่อสร้างฐานอำนาจในพรรคมากกว่า” นายแพทย์ชลน่าน กล่าว

วันอังคารที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2564

นพ.ชลน่าน : ผมไม่อาจไว้วางใจ "ประยุทธ์และอนุทิน" เพราะทุก 1 ชั่วโมงที่ท่านอยู่ในตำแหน่ง คนตาย 10 คน

 



นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย อภิปรายญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล โดยเริ่มจากการขอให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรยืนไว้อาลัยให้กับความสูญเสียของพี่น้องประชาชน

.

นพ.ชลน่าน อภิปรายชี้ให้เห็นว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ขาดจิตสำนึกในการบริหารประเทศจนน้องประชาชนที่ต้องยากลำบาก ประเทศชาติเสียหายยับเยิน ซึ่งขณะนี้ในเวลา 1 ชั่วโมง มีผู้ติดเชื้อไม่ต่ำกว่า 1 พันคน ตายชั่วโมงละไม่ต่ำกว่า 10 คน ซึ่งไม่รู้ว่าใครจะเป็นเหยื่อรายต่อไป

.

พลเอกประยุทธ์ และ อนุทิน ทำลายวงจรชีวิตมนุษย์ตั้งแต่ในครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน ที่ผ่านมาพี่น้องประชาชนต้องสูญเสียไปเป็นจำนวนมาก พ่อแม่หลายคนไม่มีสิทธิแม้จะเห็นหน้าลูกของตัวเองในวาระสุดท้ายและได้เห็นแต่ห่อเถ้ากระดูก และชีวิตน้อยๆ ของทารกไม่มีโอกาสได้เห็นพ่อแม่ที่เสียชีวิตไปเพราะติดโควิด

.

พลเอกประยุทธ์และอนุทิน บริหารจัดการสถานการณ์ผิดพลาด บกพร่อง เสียหายอย่างร้ายแรง  โดยสรุป คือ

1. ไร้ภูมิปัญญา ไร้วิสัยทัศน์ สั่งการไม่เป็นไปตามแผนงานโครงการ

2. รวบอำนาจ แบบที่เขาเรียกกันว่าเป็นโรคโอหังคลั่งอำนาจ หรือ Hubris Syndrome ไม่เห็นคนอื่นอยู่ในสายตา ไม่เห็นคนหัวคนอื่น ซึ่งได้สุ่มเสี่ยงที่จะทำให้เกิดความเสียหายเกิดขึ้นอย่างร้ายแรง

3. เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว ทุจริตต่อหน้าที่ ฉ้อฉล

.

ที่ผ่านมา พลเอกประยุทธ์ หลงในอำนาจ เป็นนายกฯ จอมสั่งการ และได้ทำให้ ครม.ชุดนี้เป็น ครม. เป็ดง่อย ภาษาทั่วไปเรียกว่าเผด็จการ ที่สำคัญคือได้เอาทหารฝ่ายความมั่นคงมาเป็นหมอรักษาเชื้อโรคและทำงานด้านสุขภาพ แต่ไม่เอาหมอมารักษาโรค จนมีคนป่วยและคนตายจำนวนมาก ซึ่งการทำอย่างนี้เป็นเรื่องการทำเพื่อความมั่นคงของตัวเอง ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินแบบไม่เคยยกเเลิก ไม่ใช่เพื่อควบคุมโรค แต่ใช้เพื่อควบคุมม็อบ

.

ตลอดเวลาที่ผ่านมาไม่เพียงพลเอกประยุทธ์และ นพ.ชลน่าน แก้ไขวิกฤตไม่ได้ สิ่งที่เกิดขึ้นกลับเป็นการแอบแฝงผลประโยชน์ทางการเมือง มีวาระซ่อนเร้นทางการเมือง โดยเฉพาะกรณีการเปิดศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ ที่มีวัคซีนฉีดมาโดยคลอด แต่ กทม. และ กระทรวงแรงงาน ที่เปิดจุดฉีดวัคซีนเช่นกัน แต่กลับไม่มีวัคซีนให้ฉีด

.

การบริหารจัดการวัคซีนที่ผ่านมามีปัญหาอย่างมาก ส่อว่าจะเกิดการทุจริตและกระทำโดยมิชอบ

แม้แต่วัคซีนวัคซีนบริจาคยังเป็นปัญหาเพราะกระจายอย่างไม่เป็นธรรม โดยเฉพาะพลเอกประยุทธ์ มีข้อสั่งการให้วัคซีนเป็นสินค้าสาธารณะและรัฐเท่านั้นที่จัดหาจัดซื้อได้ ทั้งๆที่ วัคซีนเป็นสินค้าที่ภาคเอกชนมีศักยภาพในการจัดหาและแข่งขันกันในตลาดได้ แต่เพราะมองเห็นว่าวัคซีนเป็นสิ่งที่จะหาประโยชน์ได้ อีกทั้งยังมีความพยายามขวางกั้น ปิดกั้น ไม่ให้วัคซีนต่างๆ เข้ามาประเทศไทย เพื่อเปิดทางให้วัคซีนที่ท่านอยากซื้อและวัคซีนที่ท่านคิดว่าเป็นของพวกท่าน แม้แต่การเข้าร่วมโครงการโคแวก สุดท้ายต้องมาขอรับบริจาควัคซีนจากต่างประเทศ

.

ท่านได้ทำให้ระบบสาธารณสุขไทยล้มเหลว ล้มละลาย จากที่เคยได้รับการชื่นชมว่าระบบบริการทางการแพทย์และระบบสาธารณสุขเป็นอันดับต้นๆ ของโลก และเป็นอันดับหนึ่งในอาเซียน เมื่อปี 2562 แต่ตอนนี้ติดลบและอาจจะไม่มีคะแนนเหลืออยู่เลย เรากำลังอาจจะเข้าสู่สถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด

.

การปฏิบัติและละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ กฎหมายและมติ ครม. โดยเฉพาะกรณีการจัดซื้อชุดตรวจ Antigen Test Kit (ATK) 8.5 ล้านชุด ซึ่งต้องผ่านการรับรองขององค์การอนามัยโลก สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ไปใช้ในการตรวจรักษา จึงต้องการความแม่นยำ จึงมีการกำหนดสเปคไว้ค่อนข้างสูง แต่ต่อมากลับมีการแก้ไขคุณสมบัติ เนื่องจากบริษัทที่เข้าแข่งขันมีลักษณะสำหรับใช้ด้วยตัวเองเท่านั้นและมีราคาถูก ซึ่งอาจเป็นปัญหาเรื่องความไวต่อเชื้อไวรัส ที่เรียกว่าเป็นผลลบลวง

.

พลเอกประยุทธ์ออกข้อสั่งการเมื่อวันที่ 16 ส.ค. 2564 การจัดหาชุดตรวจ ATK จะต้องผ่านการรับรองขององค์การอนามัยโลก (WHO)และมีความแม่นยำ แต่ปรากฎว่า วันที่ 20 ส.ค.2564 พลเอกประยุทธ์กลับมีข้อสั่งการใหม่ การจัดหาชุดตรวจ ATK ไม่ต้องผ่านการรับรองของ WHO และตัดข้อสั่งการเกี่ยวกับความแม่นยำในการตรวจออก ซึ่ง ครม.ก็ไม่ยับยั้ง จนกระทั่งล่าสุด องค์การเภสัชกรรมก็ลงนามในสัญญาจัดซื้อชุดตรวจ ATK ไปเรียบร้อยแล้ว การกระทำนี้ เป็นการทรยศประชาชนหรือไม่

.

การเปลี่ยนข้อสังการของพลเอกประยุทธ์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เจตนาบริสุทธิ์หรือไม่ ซื่อสัตย์กับประชาชนหรือไม่  ฝ่ายการเมือง ฝ่ายประจำ ร่วมกันกระทำความผิดอย่างรุนแรง ประหยัดเงิน 400 ล้านบาทแลกกับชีวิตประชาชน 8 ล้านคนได้อย่างไร เป็นการใช้ช่องกฎหมาย แสวงหาผลประโยชน์ เอื้อประโยชน์ ทำความผิดต่อพี่น้องประชาชน อย่างร้ายแรง

.

หลังอภิปรายไม่ไว้วางใจเสร็จแล้ว ฝ่ายค้านจะมีคำร้องยื่น ป.ป.ช. ทันที เพื่อเอาท่านเข้าคุกในสิ่งที่ท่านทำให้เกิดขึ้นและอาจสามารถนำท่านขึ้นสู่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เพราะสิ่งที่ทำให้คือปฏิบัติ ละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบ ทุจริตต่อหน้าที่ จงใจใช้อำนาจหน้าที่ขขัดต่อรัฐธรรมนูญ กฎหมายและมติ ครม. และข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นการจงใจทำขัดรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจน

.

วันนี้สิ่งที่ต้องถามว่า ยุทธศาสตร์ของพลเอกประยุทธ์ว่า มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน แต่พฤติการณ์ที่ทำอยู่ในวันนี้ คือ หนี้มั่นคง จนมั่งคั่งและจะตายอย่างยั่งยืน แล้วเราจะยังมีผู้นำชื่อประยุทธ์ จันทร์โอชา กันต่อไปหรือ

 

วันพฤหัสบดีที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2564

"พงศกร"​ ลุยเอง​ช่วย​ 15 ชีวิต​ ติดโควิดยกบ้าน พาตรวจเชื้อโควิดก่อนส่งเข้ารักษาในโรงพยาบาล

 


 






ทีมพรรคเพื่อไทย​ นำโดยนายพงศกร ​ รัตนเรืองวัฒนา​ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก. เขตบางกะปิ รุดลงพื้นที่ชุมชนวังโสม(สุเหร่าหัวหมากน้อย)​ แขวงหัวหมาก​ หลังรับแจ้งมีผู้ติดเชื้อโควิดทั้งบ้าน​ จำนวน​ 15​ คน​  ประกอบด้วยผู้สูงอายุ​ 3​ คน​ ลูกสาว​ 3​ คน​ ลูกชาย​ 1​ คน​ ลูกเขย​ 1​ คน​ หลานชาย​ 3​ คน​ และหลานสาว​ 4​ คน  โดยได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลแล้ว​ 6​ คน​ ยังเหลืออีก​ 9​ คน​ ที่ยังไม่ได้รับการรักษา

โดยนายพงศกร กล่าวว่า วันนี้ผมได้ช่วยเหลือ​ นำผู้ติดเชื้อไปตรวจ​หาเชื้อแบบ​ PCR​ ที่โรงพยาบาลลาดพร้าว​ เพื่อส่งตัวผู้ป่วยเข้าระบบการรักษาในโรงพยาบาล​ จำนวน​ 6​ คน​  และอีก​ 3​ คน​ ผู้ป่วยขอรักษาที่บ้านในระบบ​ Home Isolation ซึ่งผมได้ประสานงาน​ จะมีเจ้าหน้าที่มาส่งยา​ส่งข้าวให้ถึงบ้านครับ​ เป็นกำลังใจให้ครอบครัวนี้​ ขอให้ทุกคนหายป่วยไวๆนะครับ

ขอบขอบคุณ คุณ Kraiwit Assadorndecha อาสากู้ภัยกู้ชีพทีมปฏิบัติการบรรเทาภัยคลองเตยต่อลมหายใจ By Thai Fight ประสานขอความช่วยเหลือมารับผู้ป่วยอย่างรวดเร็วครับ

พรรคเพื่อไทย ขับ "ศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ และ พรพิมล ธรรมสาร" พ้นจากความเป็นสมาชิกพรรค

    นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย แถลงมติคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย ว่าได้พิจารณารายงานการสอบสวนวินัยและจริยธรรมของคณะกร...