วันจันทร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2564

ส.ส.ชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย นำโดย นพ.สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ , พรเพ็ญ บุญศิริวัฒนกุล และ นพ.โอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม สาหัสที่สุดในรอบ 30 ปี

 







ส.ส.ชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย นำโดย นพ.สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ , พรเพ็ญ บุญศิริวัฒนกุล และ นพ.โอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม สาหัสที่สุดในรอบ 30 ปี ชี้สาเหตุจากการบริหารจัดการน้ำผิดพลาด กักเก็บน้ำไว้แล้วระบายไม่ทัน จนประชาชนต้องลำบาก

.

นพ.สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ส.ส.ชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่ด่านระวังน้ำท่วม อ.คอนสวรรค์ และ อ.บ้านแท่น จ.ชัยภูมิ พบว่า สะพานข้ามลำน้ำชี จุดบ้านลำชี น้ำเพิ่มสูงเข้าท่วมไร่นาชาวบ้านเสียหาย จุดสะพานข้ามลำน้ำก่ำ บ้านกุดโดนและบ้านพันชาติ พบสะพานถูกน้ำพัดพังเสียหาย ชาวบ้านใช้สัญจรไม่ได้ จุดลำน้ำพรมและลำน้ำเชิญ อ.บ้านแท่น ระดับน้ำท่วมสูงถนนถูกตัดขาด ชาวบ้านไม่สามาถเข้าออกได้ตามปกติ ส่วนในเขตเทศบาลเมืองชัยภูมิ โรงพยาบาลชัยภูมิถูกน้ำท่วมจนต้องใช้เรือรอรับส่งคนไข้ฉุกเฉิน จึงอยากวอนให้กรมเจ้าท่าเร่งสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งลำน้ำชีเพิ่มเติมจากเดิมที่ก่อสร้างไว้บางส่วนซึ่งไม่สามารถกั้นน้ำในกรณีที่มีน้ำป่าได้ และเร่งบริหารจัดการน้ำในอ่างและเขื่อนเก็บน้ำในภาคตะวันออกเฉียงเหนืออย่างเร่งด่วน

.

พรเพ็ญ บุญศิริวัฒนกุล ส.ส.ชัยภูมิ ลงพื้นที่ อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่เป็นผู้ป่วยติดเตียง โดยระดับน้ำใน อ.ภูเขียว เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง จากน้ำฝนและน้ำที่ระบายจากเขื่อนที่สมทบกัน จึงต้องขอให้กรมชลประทานบริหารจัดการน้ำให้ดีกว่านี้เพื่อไม่ให้ประชาชนเดือดร้อน  

.

ด้าน นพ.โอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย ส.ส.ชัยภูมิ กล่าวว่า พื้นที่ อ.เมืองชัยภูมิ ซึ่งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจจมน้ำแล้ว 100% เป็นความผิดพลาดของภาครัฐชัดเจนในเรื่องการบริหารจัดการน้ำในเขื่อนลำปะทาวที่กักเก็บน้ำไว้จำนวนมาก ประกอบกับเมื่อมีฝนตกทำให้น้ำในลำน้ำชีเพิ่มสูงขึ้น ถ้าน้ำในลำน้ำชีไม่มากและน้ำในเขื่อนไม่มาหนุน เมืองชัยภูมิก็จะไม่ท่วม และเมื่อน้ำท่วมแล้ว ภาครัฐก็ไม่มีอาหาร ไม่มีเรือสัญจร ถุงยังชีพไม่เพียงพอ ตอกย้ำว่าบริหารจัดการน้ำล้มเหลว การจัดการเยียวยาประชาชนในเมืองก็ล้มเหลวเช่นกัน

“หมอชลน่าน”ผิดหวัง“บิ๊กตู่”ลงพื้นที่แค่วัดพลังการเมืองไม่ฟังเสียงประชาชน



   นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า กรณีที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี และนายอุดม รัฐอมฤต อดีตคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ปี 60 ยืนยันว่าพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  ไม่เข้าเงื่อนไขตามที่รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 มาตรา 158 วรรคสี่ ระบุว่า “นายกรัฐมนตรีจะดำรงตำแหน่งรวมกันแล้วเกิน 8 ปีมิได้ ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการดำรงตำแหน่งติดต่อกันหรือไม่ แต่มิให้นับรวมระยะเวลาในระหว่างที่อยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปหลังพ้นจากตำแหน่ง เนื่องจากการนับอายุดำรงตำแหน่ง เริ่มขึ้นเมื่อรัฐธรรมนูญ ปี 2560 มีผลบังคับใช้ ไม่นับตั้งแต่ก่อการรัฐประหาร 


การตีความของนายวิษณุ และนายอุดมจึงเป็นการตีความกฎหมายแบบศรีธนญชัย เพื่อเอาใจผู้มีอำนาจมากกว่าที่จะพิจารณาถึงข้อกฎหมาย นอกจากนี้การพูดเช่นนี้เป็นการชี้นำศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายวิษณุ ทำตัวเป็นศาลรัฐธรรมนูญเสียเอง ดังนั้นในส่วนของพรรคฝ่ายค้านจะมีการยื่นตีความคุณสมบัติของพลเอกประยุทธ์ อย่างแน่นอน ว่าขัดกันซึ่งผลประโยชน์หรือไม่ ส่วนกรณีที่พรรคร่วมรัฐบาลออกโจมตีฝ่ายค้านในกรณีดังกล่าว เป็นเพียงต้องการเกาะอำนาจเท่านั้น เพราะถ้าผลออกมาว่าประยุทธ์ หลุดตำแหน่งก็จะหลุดตามไปด้วย


นายแพทย์ชลน่าน กล่าวด้วยว่า  การลงพื้นที่ตรวจดูสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ของพลเอกประยุทธ์ นั้น เป็นการไปสร้างภาระให้กับหน่วยงานในพื้นที่มากกว่า ทั้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ข้าราชการทุกหน่วยงานนับร้อยคน ต้องทิ้งภารกิจทุกอย่างเพื่อมารอต้อนรับพลเอกประยุทธ์ ลงตรวจพื้นที่ ทั้งๆ ที่ข้าราชการเหล่านี้ควรออกไปช่วยชาวมากกว่า นอกจากนี้ประชาชนที่ไปรอต้องรับต้องผ่านการคัดกรองและจัดฉากให้พูดเยินยอพลเอกประยุทธ์ อย่างเดียวเท่านั้นไม่สามารถสะท้อนปัญหาของพื้นที่ได้แต่อย่างใด  


“นอกจากนี้การลงพื้นที่ของพลเอกประยุทธ์ เป้าหมายไม่ได้ลงไปพบปะพี่น้องประชาชน แต่เป็นการวัดพลังในพรรคพลังประชารัฐมากกว่า ดังนั้นจึงเห็นการระดม ส.ส. ของพรรคไปรอรับพลเอกประยุทธ์เพียงจำนวนหนึ่งเท่านั้น  สะท้อนถึงความไม่มีเสถียรภาพของรัฐบาล ดังนั้นผลที่ออกมาจึงไม่ได้เป็นการไปให้กำลังประชาชน 

แต่ไปเพื่อสร้างฐานอำนาจในพรรคมากกว่า” นายแพทย์ชลน่าน กล่าว

พรรคเพื่อไทย ขับ "ศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ และ พรพิมล ธรรมสาร" พ้นจากความเป็นสมาชิกพรรค

    นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย แถลงมติคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย ว่าได้พิจารณารายงานการสอบสวนวินัยและจริยธรรมของคณะกร...