วันศุกร์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2564

17 ปีความจริงปรากฏ! "ไพศาล พืชมงคล" ยืนยันชัดเจน "ทักษิณ ไม่เกี่ยวกับเหตุการณ์กรือเซะ!!!" ย้ำไม่ได้เกี่ยวข้องและไม่รู้เรื่องด้วยซ้ำ

 



02 ธ.ค.2564 - นายไพศาล พืชมงคล อดีตกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี ประจำรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) โพสต์เฟซบุ๊กในสหัวข้อ “ทักษิณไม่เกี่ยวกับเหตุการณ์กรือเซะ!!!” ระบุว่า นักการเมืองมุสลิมทางใต้มาหารือ เกี่ยวกับการย้ายพรรคไปอยู่พรรคเพื่อไทย แต่ติดขัดด้วยพี่น้องมุสลิมภาคใต้ยังติดใจกรณีสังหารที่กรือเซะ จึงบอกท่านว่าเป็นความเข้าใจผิด คุณทักษิณไม่ได้เกี่ยวข้องเรื่องเหตุการณ์สังหารที่กรือเซะเลย แถมไม่รู้เรื่องด้วยซ้ำไป จึงถือโอกาสเล่าเหตุการณ์กรือเซะให้ฟังว่า

 

1. เหตุการณ์กรือเซะเป็นเหตุการณ์ต่อเนื่องจากกรณีที่ผู้ก่อความไม่สงบระดมกำลังระดับ 2 กองพัน เคลื่อนมาตามถนนสายหลักและแยกเข้าโจมตีสถานีตำรวจ สถานที่ราชการ และฐานปฏิบัติการของฝ่ายรัฐบาลหลายจุดพร้อมกัน แต่ถอนกำลังกลับไม่ทัน บางส่วนถูกกองกำลังของรัฐบาลล้อมไว้ที่บริเวณมัสยิดกรือเซะ และผู้ก่อความไม่สงบหลบเข้าไปอยู่ในมัสยิดนั้น

 

2.ครั้งนั้นลุงจิ๋วเป็นรองนายกฝ่ายความมั่นคงจึงเป็นผู้อำนวยการสถานการณ์ และได้มอบให้พลเอก พัลลภ ปิ่นมณี ซึ่งรับผิดชอบ กอ.รมน. เป็นผู้บัญชาการสถานการณ์ โดยพลเอก พัลลภ ปิ่นมณี ลงไปบัญชาการด้วยตนเองตั้งแต่เช้าตรู่ ทั้งสองฝ่ายตรึงกำลังกันโดยฝ่ายผู้ก่อความไม่สงบเข้าไปตั้งมั่นอยู่ในมัสยิด ในขณะที่กองกำลังรัฐบาลล้อมอยู่โดยรอบ โดยมีประชาชนมุงดูเต็มไปหมด

 

3.ลุงจิ๋วมอบนโยบายให้หาทางปรองดองโดยการเจรจากัน ถึงขนาดสั่งการว่าถ้าผู้ก่อความไม่สงบในมัสยิดหิวน้ำก็ให้ส่งน้ำไปให้ หิวข้าวก็ให้ส่งข้าวไปให้ ต้องการพบพ่อแม่ญาติพี่น้องก็ให้ช่วยตามไปพบ และให้อำนวยความสะดวกทุกอย่าง เพียงขอให้เจรจาและมอบตัวเพื่อปรองดองกันต่อไป ซึ่งเป็นวิธีการที่ลุงจิ๋วแกถนัด

 

4.พลเอก พัลลภ ปิ่นมณี ผู้บัญชาการสถานการณ์ก็ปฏิบัติตามนโยบายนั้นอย่างเต็มที่ สร้างความชื่นอกชื่นใจให้แก่ประชาชน แม้สื่อต่างประเทศที่ไปทำข่าวก็ชื่นชมเป็นอันมาก แต่จนเวลาบ่ายคล้อยก็ไม่เป็นที่ตกลงกัน

 

5.ครั้นเวลาประมาณ 16.น. การข่าวของกองทัพภาคที่ 4 ทราบว่าฝ่ายผู้ก่อความไม่สงบกำลังระดมกำลังจากหลายพื้นที่เพื่อเตรียมเข้าโจมตีกองกำลังของรัฐบาลที่ล้อมมัสยิดกรือเซะนั้น พลเอก พัลลภ ปิ่นมณี ทราบรายงานข่าวแล้วเห็นว่าถ้าปล่อยให้เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นก็จะมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ทั้งทหาร เจ้าหน้าที่และประชาชน จึงใช้อำนาจของผู้บัญชาการสถานการณ์ยื่นคำขาดให้ผู้ก่อความไม่สงบในมัสยิดมอบตัวภายใน 30 นาที มิฉะนั้นจะบุกเข้าจับกุม แต่ผู้ก่อความไม่สงบไม่ยอมมอบตัว จึงมีการบุกเข้าไปในมัสยิดและเกิดการต่อสู้กัน เป็นเหตุให้ผู้ก่อความไม่สงบในมัสยิดเสียชีวิตทั้งหมด

 

6.ผู้นำศาสนาในพื้นที่ระดับตำบลได้ออกคำวินิจฉัยทางศาสนาหรือคำฟัตตวาว่าเป็นเหตุการณ์ที่เป็นสงครามทางศาสนาหรือ"จีฮัด" ดังนั้นผู้ก่อความไม่สงบในมัสยิดที่เสียชีวิตทั้งหมดมีฐานะเป็นนักบุญหรือ"ชาฮีด"ให้ทำการฝังศพได้โดยไม่ต้องอาบน้ำศพ เพราะถือว่าเลือดของนักบุญหรือชาฮีดบริสุทธิ์ยิ่งกว่าน้ำ ถ้าหากคำวินิจฉัยเช่นนั้นมีผลต่อไปก็จะทำให้บรรดาประเทศมุสลิมทั้งหลายเข้าช่วยเหลือฝ่ายผู้ก่อความไม่สงบนั้น

 

7.ลุงจิ๋วแกเป็นคนรู้เรื่องรู้ราวและเข้าใจเรื่องราวทั้งหมด ดังนั้นจึงมีการประสานงานให้ผู้นำสูงสุดของมุสลิมชีอะห์แห่งอาเซียนคือท่านฮุจลตุลอิสลาม ซัยยิดสุไลมาน ฮูซัยนี ซึ่งมีศักดิ์ทางศาสนาสูงกว่าผู้นำท้องถิ่นมาก เพื่อพิจารณาเรื่องนี้มิให้มีการบิดเบือนหลักศาสนามาใช้โดยไม่ถูกต้อง หลังจากมีการตรวจสอบไต่สวนตามหลักศาสนาแล้ว ท่านผู้นำสูงสุดอาเซียนได้ออก "คำฟัตตวา" ว่า การต่อสู้และการเสียชีวิตไม่ใช่จีฮัดและไม่ใช่ชาฮีด อันเป็นการออกคำฟัตตวาลบล้างคำฟัตตวาระดับท้องถิ่น จึงทำให้ไม่เกิดเป็นปัญหาระหว่างไทยกับประเทศอิสลามทั่วโลก

 

8.เรื่องนี้คุณทักษิณแกไม่เกี่ยวข้อง ไม่รู้เรื่อง การใส่ร้ายเรื่องนี้แก่คุณทักษิณจึงไม่เป็นธรรม และไม่เป็นผลดีแก่ใครเลย ความจริงเรื่องนี้ก็ถึงเวลาเปิดเผยแล้ว จึงต้องเปิดเผยเรื่องนี้ให้ได้ทราบและเข้าใจทั่วกัน.

 

ขอขอบคุณ เครดิต ที่มา :  https://www.facebook.com/Paisal.Fanpage/photos/a.481669931931684/4504078549690782/

และ https://today.line.me/th/v2/article/BErMQVn?utm_source=lineshare

 

 

วันพุธที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564

"ชลน่าน ศรีแก้ว" จุดยืนเพื่อไทย ใช้กลไกรัฐสภา แก้ปัญหานักโทษความคิด

 


‘นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว’ ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ยืนยันจุดยืนพรรคเพื่อไทยต่อข้อเสนอของภาคประชาชน ตามที่ได้มีการแถลงการณ์ในนามประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองนั้นเจตนารมณ์ของพรรคเพื่อไทย คือ 1. ต้องการปกป้องคุ้มครองผู้ที่ถูกลิดรอนสิทธิเสรีภาพจากการบังคับใช้กฎหมาย และถูกจับกุมคุมขังเป็นนักโทษทางความคิด เพียงเพราะเห็นต่างซึ่งสะท้อนให้ถึงการนำกฎหมายมาเป็นเครื่องมือทางการเมือง

.

2. ข้อเสนอของภาคประชาชน ซึ่งยังมีความคิดเห็นแตกต่างกัน ต้องใช้เวทีสภาในการแก้ไขปัญหาและเราจะรับเอามาทุกความเห็นมาพิจารณา ไม่อาจปล่อยให้เกิดความขัดแย้งแตกแยกภายนอกสภาแล้วส่งผลให้มีการใช้อำนาจนอกระบบเพื่อแก้ไขปัญหา ดังนั้นจึงต้องรับข้อเรียกร้องและความคิดเห็นต่างๆ เพื่อนำมาร่วมกันพิจารณาแก้ไขในรัฐสภาตามวิถีประชาธิปไตย ยืนยันไม่ได้มุ่งหมายว่าจะต้องแก้ไขอย่างไร เพราะการจะดำเนินการแก้ไขหรือไม่ และแก้ไขอย่างไรเป็นหน้าที่ของรัฐสภา

.

นอกจากนี้ ‘นพ.ชลน่าน’ ยังเปิดเผยถึงการหารือกับพรรคร่วมฝ่ายค้านถึงการญัตติอภิปรายทั่วไป ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 เพื่อเสนอแนะรัฐบาลในการเร่งรัดแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชนได้มีการพิจารณาในหลายเรื่อง โดยมีแนวทางในการพิจารณาปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเป็นตัวตั้ง ซึ่งปัญหาที่หนักที่สุดตอนนี้คือวิกฤตเศรษฐกิจ การจัดการด้านสาธารณสุข คือโควิด-19 และวิกฤตศรัทธาทางการเมือง การละเมิดสิทธิมนุษยชนของประชาชนที่ออกมาใช้สิทธิเสรีภาพเรียกร้องประชาธิปไตย  ซึ่งคาดว่าในสมัยประชุมนี้จะสามารถดำเนินการยื่นญัตติได้ เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นรอไม่ได้ กลไกรัฐสภาจะต้องแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนและการแก้ไขปัญหาด้วยกลไกสภาถือเป็นทางออกที่ดีที่สุด

“หมอเลี้ยบ” ย้ำจุดยืน ปล่อยนักโทษทางความคิด คืนเสรีภาพการแสดงความคิดเห็นให้คนไทย ใช้กลไกสภาแก้ปัญหาอย่างสันติ

 


“หมอเลี้ยบ” ย้ำจุดยืน “เพื่อไทย” ใช้กลไกรัฐสภาพูดคุยแก้ไขปัญหาความคิดเห็นที่แตกต่าง เพื่อหาทางออก คลี่คลายวิกฤต

 

นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ผู้อำนวยการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์รายการ ‘Breaking News’ ทาง Voice TV ยืนยันว่า เรื่องเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นเป็นเรื่องสำคัญ หากต้องการสร้างความยุติธรรมในสังคมเพื่อนำไปสู่การประชาธิปไตยที่แท้จริง ดังนั้นจึงไม่ควรมีนักโทษทางความคิด ซึ่งพรรคเพื่อไทยได้ยืนยันแนวทางนี้ในการประชุมใหญ่ของพรรค โดย นายชัยเกษม นิติสิริ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรคเพื่อไทย

.

หลังจากการชุมนุมของนักศึกษาและประชาชน พรรคเพื่อไทยได้ยืนยันจุดยืนเดิม คือจะต้องมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น โดยเฉพาะกฎหมายที่นำไปสู่การจำกัดสิทธิในการแสดงความคิดเห็นและทำให้เกิดนักโทษทางความคิดต้องมีการตรวจสอบ หากพี่น้องประชาชนรวบรวมรายชื่อเสนอมาการนำเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของสภาก็เป็นหนทางที่ดีที่สุดที่จะเปิดให้มีการรับข้อมูลทุกด้านทั้งฝ่ายเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยมาพิจารณาอย่างรอบด้าน ซึ่งจะเป็นเวทีในการคลี่คลายวิกฤตความขัดแย้งได้

.

นอกจากนี้ นพ.สุรพงษ์ ยังได้แสดงความคิดเห็นต่อประเด็นที่ประชาชนกังวลว่า พรรคที่เกี่ยวกับการแก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 112 อาจเหตุที่จะนำไปสู่การยุบพรรค นพ.สุรพงษ์ อธิบายว่า มูลเหตุของการยุบพรรคการเมืองไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องมีการพิสูจน์ว่าพรรคการเมืองนั้นๆ ได้กระทำการทำลายหรือเป็นปรปักษ์กับระบอบประชาธิปไตย ซึ่งประเด็นมาตรา 112 หรือ มาตรา 116 ได้มีการพูดคุยอยู่ในแวดวงนักวิชาการมาอย่างต่อเนื่องด้วยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ปรากฏการณ์นี้ถือเป็นเรื่องดีในการหาข้อสรุปที่สอดคล้องกับบริบทสังคมปัจจุบันและไม่ให้มีการใช้กฎหมายเพื่อกลั่นแกล้งทางการเมืองอีก

.

ดังนั้นเพื่อไม่ให้มาตรา 112 หรือ มาตรา 116 ถูกหยิบไปใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง จุดยืนของพรรคเพื่อไทยที่ต้องการนำความคิดเห็นที่แตกต่างเกี่ยวกับเรื่องนี้เข้าสู่กระบวนการพิจารณาของรัฐสภา ใช้กลไกรัฐสภาเพื่อหาทางออก ถือเป็นเรื่องที่เหมาะสม เพราะรัฐสภาเป็นพื้นที่ที่สามารถนำข้อกฎหมายมาหารือและวิเคราะห์กันได้ทั้งในแง่นิติรัฐและนิติธรรม เพื่อร่วมกันหาทางออกที่เหมาะสมที่สุดต่อประชาชน อีกทั้งการที่นำข้อกฎหมายมาพูดคุยกันในรัฐสภา ยังเป็นการร่วมกันปิดช่องโหว่ของกฎหมาย ที่ถูกใช้อย่างล้นเกิน ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

.

สำหรับประเด็นเรื่องสิทธิขั้นพื้นฐานที่ผู้ถูกฟ้องร้องควรจะได้รับสิทธิในการประกันตัว นพ.สุรพงษ์กล่าวว่า ทุกวันนี้ประชาชนจำนวนมากที่ถูกฟ้องร้องใน มาตรา 112  มาตรา 116 หรือ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ มักไม่ได้รับสิทธิในการประกันตัว รัฐสภาจึงควรทำหน้าที่เพื่อตรวจสอบการใช้ข้อกฎหมายตรงนี้ หากประชาชนไม่ได้กระทำผิดเข้าข่ายที่จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องถูกคุมขัง ก็ต้องได้รับสิทธิในการประกันตัว

.

อย่างไรก็ดีการพิจารณาของรัฐสภาขึ้นอยู่กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา โดยรู้กันดีว่าไม่ใช่ทุกเรื่องจะได้รับการเห็นชอบจากสมาชิกรัฐสภาทั้งหมด และประชาชนสามารถร่วมกันผลักดันประเด็นนี้ต่อผ่านทางพรรคการเมืองได้ หากถึงวาระการเลือกตั้งครั้งใหม่

.

สุดท้ายเมื่อถูกถามว่าจะมีการนำเรื่องข้อกฎหมายที่ลิดรอนสิทธิมนุษยชนเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายในพรรคเพื่อไทยหรือไม่ นพ. สุรพงษ์ ในฐานะผู้อำนวยการพรรคเพื่อไทย ให้คำตอบว่า ประเด็นเรื่องประชาธิปไตยเป็นประเด็นสำคัญ และถูกนำไปพูดถึงในนโยบายของพรรคเพื่อไทย เพื่อนำเสนอเป็นหนทางในการแก้ไขปัญหาของประเทศ โดยจะมุ่งเน้นไปที่การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และจะต้องไม่มีนักโทษทางความคิดอีกต่อไป

.

ที่มา : https://youtu.be/k1kiSFCpu_0

วันอาทิตย์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2564

ด่วน! “พรรคเพื่อไทย” ตอบสนองข้อเสนอ "คณะราษฎร" พร้อมนำข้อเสนอแก้กฎหมาย 112 และ 116 เข้าสู่วาระการประชุมรัฐสภา!

 


“พรรคเพื่อไทย” พร้อมนำข้อเสนอแก้กฎหมาย 112 และ 116 เข้าสู่วาระการประชุมรัฐสภา “ชัยเกษม นิติสิริ”  ย้ำเจตนารมณ์ “พรุ่งนี้เพื่อไทย” ปล่อยนักโทษทางความคิด ฟื้นฟูความเชื่อมั่นในระบบยุติธรรมของประเทศ

 

---

 

จากกรณีคณะราษฎร #ม็อบ31ตุลา64 เรียกร้องต่อคณะตุลาการ เพื่อคืนสิทธิประกันตัว ปล่อยตัวผู้ต้องขังทางการเมือง พร้อมเรียกร้องต่อรัฐสภาให้ดำเนินการพิจารณาแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ‘ชัยเกษม นิติสิริ’ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรคเพื่อไทย ได้ออกจดหมายเปิดผนึกผ่านเพจพรรคเพื่อไทย ยืนยันเจตนารมณ์ว่า “พรรคเพื่อไทย” พร้อมนำข้อเสนอแก้กฎหมาย 112 และ 116 เข้าสู่วาระการประชุมของรัฐสภา นับเป็นการย้ำเจตนารมณ์ที่ได้กล่าวเอาไว้ในงาน “พรุ่งนี้เพื่อไทย”  ที่ได้เรียกร้องให้ปล่อยนักโทษทางความคิด เพื่อฟื้นฟูหลักนิติรัฐและนิติธรรมของประเทศ โดยมีเนื้อหาดังนี้

.

ปัญหาการใช้กฎหมายอาญาดำเนินคดีเพื่อจำกัดความคิดเห็นทางการเมืองที่แตกต่างอย่างล้นเกิน ไม่ว่าจะเป็นประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 มาตรา 116 พระราชบัญญัติการกระทำอันเป็นความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ หรือความผิดฐานฝ่าฝืนประกาศที่ออกตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน สร้างผลกระทบให้ประชาชนเสียหายจากกระบวนการยุติธรรมที่ประชาชนสงสัยว่า ไม่เป็นไปตามหลักนิติรัฐนิติธรรม และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ปฏิบัติหน้าที่ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าวโดยมิชอบด้วยหลักกฎหมายและสิทธิมนุษยชน ซึ่งทำให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่นในหลักกฎหมายและหลักความยุติธรรมของประเทศ

.

ตามที่ภาคประชาชนได้เรียกร้องและเสนอร่างแก้ไขข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการกระทำดังกล่าว พรรคเพื่อไทยในฐานะพรรคที่มีเสียงสมาชิกมากที่สุดในสภาผู้แทนราษฎร พร้อมนำข้อเสนอดังกล่าวเข้าสู่วาระการประชุมรัฐสภา เพื่อตรวจสอบระบบการทำงานของบุคคลในกระบวนการยุติธรรม ตั้งแต่ เจ้าหน้าที่ตำรวจ อัยการ ศาล และราชทัณฑ์ ว่าได้ปฏิบัติหน้าที่หรือใช้ดุลยพินิจไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมายหรือไม่ และตรวจสอบการสั่งการโดยรัฐบาล รวมถึงการแก้ไขกฎหมาย ระเบียบปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม เพื่อให้นักโทษทางความคิดได้รับการปล่อยตัว และไม่ให้เกิดนักโทษทางความคิดเพิ่มขึ้นอีก ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นของการฟื้นฟูความเชื่อมั่นในระบบยุติธรรมของประเทศไทย

วันเสาร์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2564

สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี : มาเปลี่ยนความฝันให้เป็นความจริง เพื่อประชาชน

 




สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี : มาเปลี่ยนความฝันให้เป็นความจริง เพื่อประชาชน

 

ทุกคนมีความฝัน ผมก็มีความฝัน ตอนที่ผมยังเด็ก ผมฝันที่จะเป็นหมอ แต่หลังเหตุการณ์วันที่ 6 ตุลาคม 2519 ความฝันของผมก็เปลี่ยนไป ผมฝันอยากเห็นเพื่อนและผู้รักประชาธิปไตยทั้งหลายที่เสียชีวิตไป ยังคงมีชีวิตอยู่ในสังคมที่มีความเสมอภาค เสรีภาพและภราดรภาพ ผมฝันว่าเพื่อนร่วมสังคมนี้จะมีชีวิตที่ดีและสามารถสร้างความฝันของตัวเองให้สำเร็จได้ ดังนั้น เมื่อผมมีโอกาสมาเป็นรัฐมนตรี ผมจึงทำตามความฝันด้วยการแสดงบทบาทของรัฐมนตรี เพื่อสร้างความสุขสร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าให้กับคนไทย

 

แน่นอนว่า แต่ละคนย่อมฝันไม่เหมือนกัน

 

พ่อที่ฆ่าตัวตายด้วยการกระโดดน้ำแล้วลูกสาววัยห้าขวบกระโดดน้ำตามลงไปด้วย ความฝันของเขาก็เพียงอยากมีชีวิตอยู่อย่างไม่อยากลำบากจนเกินไป ไม่ต้องตกงานและมีรายได้พอประทังชีวิต

 

ความฝันของผู้ป่วยที่เสียชีวิตจากโรคโควิดกลางท้องถนน เขาฝันเพียงว่า มีโอกาสได้ตรวจเขื้อไวรัส มีโอกาสได้เตียงในการรักษาพยาบาล มีโอกาสได้ยาโดยเร็วเพื่อให้เขาพ้นจากความตาย

 

ถามหน่อยเถิด ความฝันเหล่านี้มันมากเกินไปหรือ ถ้าการเมืองดี ในสังคมที่ดี นี้คือสิทธิที่พึงมีพึงได้ของประชาชน

 

ความฝันของคนเรามี 2 แบบที่แตกต่างกัน แบบแรกคือความฝันเพื่ออนาคตที่สดใสของตนเอง มีหน้าที่การงานดี มีบ้านอยู่ มีรถขับ แบบที่สองคือความฝันเพื่ออนาคตที่งดงามร่วมกันของเพื่อนมนุษย์

 

ความฝันเพื่ออนาคตของตนเองต้องไตร่ตรองและวางแผน ความฝันแบบนี้ต้องใช้สมอง แต่ความฝันเพื่ออนาคตร่วมกันของเพื่อนมนุษย์ความฝันแบบนี้ ต้องมีความรัก มีศรัทธาและมุ่งมั่น ความฝันแบบนึ้ต้องใช้หัวใจ

 

ผมผ่านพบคนที่ใช้หัวใจฝันมาหลายคน

 

ผมเคยถามคุณหมอสงวน นิตยารัมภ์พงศ์ว่า ชีวิตนี้พี่มีความฝันอะไรบ้างที่ยังไม่ได้ทำ และอยากทำให้สำเร็จ คุณหมอสงวนบอกผมว่าความฝันของเขาคือการสร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าหน้าให้กับคนไทย ถึงวันนี้หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า 30 บาทรักษาทุกโรคได้เปลี่ยนชีวิตคนไทยไปกว่าสี่สิบล้านคน และส่งต่อความฝันไปถึงคนทั้งโลกอีกนับพันล้านคน

 

 

ผมเคยถามเรื่องความฝันกับดอกเตอร์ทักษิณชินวัตรว่า ทำไมคนที่เป็นมหาเศรษฐีถึงมาทำงานการเมือง ดอกเตอร์ทักษิณบอกผมว่า เขามีโอกาสในชีวิตที่สร้างตัวเองให้มีความสุขได้แล้ว ก็อยากยื่นโอกาสเช่นนี้ให้กับคนอื่นต่อไป ดังนั้นจากมหาเศรษฐีที่เคยแต่ดื่มไวน์ กินสเต็กเนื้อดีดี เมื่อมาเป็นนายกรัฐมนตรีจึงไม่เพียงแต่ตาดูดาว แต่เท้าต้องติดดิน กินคั่วแมงกุดจี่ กินทอดแมงกีนูน

 

ดังนั้น แม้ความฝันของแต่ละคนอาจแตกต่างกันไป แต่ความฝันที่ใช้หัวใจ ย่อมทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงชีวิตของคนส่วนใหญ่ไปตลอดกาล

 

 

น่าเสียดาย ความฝันที่กลายเป็นความจริงเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ต้องสะดุดหยุดลงด้วยเหตุการณ์รัฐประหาร 19 กันยายน 2549 จากวันนั้นประเทศไทยก็จมดิ่งลงสู่หลุมดำไม่เคยผงาดขึ้นมาได้อีกเลย

 

เจ็ดปีที่ผ่านมา ก็เป็นเวลาที่ความทุกข์ความมืดมนซ้ำเติมคนไทยทุกคนอีกครั้ง

 

วันนี้เราจะรวบรวมความฝันของทุกคนกลับมาใหม่ พรรคเพื่อไทยซึ่งเป็นพรรคการเมืองที่สืบทอดเจตนารมณ์มาจากพรรคไทยรักไทยและพรรคพลังประชาชน และผ่านร้อนผ่านหนาวล้มลุกคลุกคลานมาโดยตลอด

 

ช่วง 1 ปีที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ทั้งนี้เป็นเพราะถ้าพรรคเพื่อไทยไม่สามารถเปลี่ยนแปลงกระทั่งตัวเองได้แล้วก็ย่อมไม่สามารถไปซ่อมหรือสร้างเพื่อการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาประเทศได้

 

วันนี้จึงเป็นการเริ่มต้นครั้งใหม่ที่รวบรวมพลังปัญญาของทุกคนที่มีอุดมการณ์เพื่อประชาชนเหมือนกันเพื่อปรับเปลี่ยนสร้างใหม่ให้พรรคเพื่อไทยมีศักยภาพในการกลับมาสร้างฝันยิ่งใหญ่ให้ทุกคนอีกครั้ง

 

เรามองว่า เพื่อรับมือวิกฤตต่างๆที่รออยู่ข้างหน้า ทรัพยากรที่สำคัญที่สุดที่เรามีอยู่คือ “คน” ถ้าคนไทยมีปัญญา มีสุขภาพดี มีโอกาสในการสร้างรายได้อย่างเท่าเทียมกัน ประเทศไทยจะสามารถก้าวข้ามทุกวิกฤตได้อย่างแน่นอน

 

ประชาชนจึงต้องได้รับโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะและปัญญาตลอดชีวิต ประชาชนจึงต้องได้รับโอกาสในการคิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ หรือกล้าลงมือทำความฝันโดยไม่กลัวล้มเหลวเพราะมีหลักประกันรายได้พื้นฐาน ประชาชนจึงต้องมีหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ไม่ล้มป่วยและตายด้วยโรคที่ป้องกันและควบคุมได้

 

ความฝันเดิมของผมที่เริ่มต้นเมื่อ 20 ปีที่แล้วคือการสร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า

 

มาถึงวันนี้ มีคนถามผมว่าเรื่องการสร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ยังมีภารกิจที่ค้างอยู่และจะต้องทำต่ออีกไหม

 

ผมตอบได้ทันทีว่า ยังมีเรื่องสำคัญที่ต้องทำอีกมาก เพราะเมื่อผ่านมา 20 ปี มีการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีการแพทย์และสุขภาพที่เราสามารถนำมาพัฒนาคุณภาพการบริการประชาชน อีกทั้งบทเรียนจากโควิดทำให้เราเห็นจุดอ่อนในระบบบริการสาธารณสุขของกรุงเทพมหานคร

 

 

ผมขอเริ่มต้นที่เรื่องการการกระจายอำนาจและการกระจายทรัพยากรทางสาธารณสุขที่ยังไปไม่ได้ไกลอย่างที่ควรจะเป็นทั้งๆที่เทคโนโลยีดิจิตอลเอื้ออำนวย การพัฒนาคุณภาพของการรักษาพยาบาลใกล้บ้านยังไม่เกิดขึ้น

 

วันนี้เราจึงเห็นคนจำนวนมากโดยเฉพาะผู้สูงอายุต้องเข้าคิวรอเจาะเลือดที่โรงพยาบาลใหญ่ตั้งแต่ตีห้า แล้วรอหมอมาตรวจตอน 9 โมงเช้า ทั้งที่สามารถเจาะเลือดที่คลินิกเครือข่ายใกล้บ้านได้

 

เราจึงเห็นผู้ป่วยจำนวนมากที่แม้อาการคงที่แต่ต้องเดินทางไกลเพื่อมารอรับยาทุกหนึ่งหรือสองเดือนทั้งที่สามารถรับยาจากเภสัชกรในร้านขายยาใกล้บ้าน

 

เราเห็นผู้ป่วยจำนวนมากที่ถูกส่งต่อมารักษาที่โรงพยาบาลใหญ่ ต้องนำกระดาษใบส่งต่อมายื่นให้โรงพยาบาลปลายทางทั้งที่วันนี้เรามีเทคโนโลยีจัดเก็บข้อมูลสุขภาพอย่างปลอดภัยบนคลาวด์ได้โดยไม่ต้องเป็นภาระของผู้ป่วย

 

เราสามารถนำการแพทย์ทางไกลหรือเทเลเมดิซีนมาใช้ในการให้คำปรึกษาเพื่อดูแลผู้ป่วยด้วยโรคพื้นฐานที่ไม่ซับซ้อนที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลโดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไกลมาถึงโรงพยาบาลอำเภอหรือโรงพยาบาลจังหวัด

 

เราสามารถใช้ระบบข้อมูลอัจฉริยะ เพื่อให้ผู้ป่วยฉุกเฉินทุกคนใช้บัตรประชาชนเพียงใบเดียวเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลทุกแห่งโดยไม่จำเป็นต้องเรียกหาข้อมูลที่เป็นกระดาษอีกต่อไป

 

ในระดับประเทศ เราต้องลงทุนโครงสร้างพื้นฐานครั้งใหญ่ เพื่อสร้างเครือข่ายของระบบบริการสาธารณสุขครบวงจรที่เริ่มจากโรงพยาบาลตำบลใกล้บ้าน ต่อเชื่อมกับโรงพยาบาลอำเภอ โรงพยาบาลจังหวัด โรงพยาบาลศูนย์ที่มีศักยภาพเท่าโรงพยาบาลของคณะแพทยศาสตร์ ทั้งหมดนี้ภายในรัศมีไม่เกิน 100 กิโลเมตร และผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องเดินทางเข้ามารักษาในกรุงเทพมหานครอีก

 

ในทางกลับกัน กรุงเทพมหานครมีปัญหาแตกต่างออกไป เมื่อเกิดการระบาดของโควิดในกรุงเทพมหานคร พบว่า ผู้ป่วยโควิดไม่สามารถเข้าถึงการบริการตรวจรักษาพยาบาลเบื้องต้น เพราะไม่มีระบบการรักษาพยาบาลแบบปฐมภูมิที่สมบูรณ์อยู่ในกรุงเทพมหานคร ถ้าเปรียบเทียบกับต่างจังหวัด 50 เขตของกรุงเทพมหานครคือ 50 อำเภอ และทุกเขตต้องมีโรงพยาบาลขนาด 100 เตียงเช่นเดียวกับในต่างจังหวัด

 

เราควรเริ่มต้นกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นและชุมชนมีส่วนร่วมในการบริหารโรงพยาบาลในรูปแบบองค์การมหาชน ส่วนด้านการป้องกันและควบคุมโรค โดยเฉพาะโรคโควิด นอกจากการเร่งฉีดวัคซีนที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันป่วยและตายแล้ว เราต้องเร่งพัฒนาระบบการตรวจคัดกรองด้วยเทคโนโลยีล้ำยุคเช่น DNA Nudge และระบบ AI ปัญญาประดิษฐ์ต่อยอดจากฐานข้อมูลดิจิตอลเพื่อใช้เป็นเครื่องมือของนักระบาดวิทยาและ อสม.

 

ปัจจุบัน ความก้าวหน้าของการดูแลรักษาผู้ป่วยเรื้อรังทั้งโดยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมโดยไม่ต้องพึ่งพายา หรือใช้ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีชีวภาพและการแพทย์แม่นยำมารักษาที่สาเหตุต้นตอ

 

อย่างไรก็ตาม ความฝันทั้งหมดนี้จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้เลยถ้าเราไม่มีรัฐบาลที่มาจากประชาชน รัฐบาลที่มาจากระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง

 

ดังนั้น เราทุกคนต้องช่วยกันผลักดันความฝันของเราที่เคยร่วมฝันกันไว้เมื่อ 20 ปีที่แล้วอีกครั้ง

 

ถามตัวเองว่า ยังมีความฝันอะไรที่เรายังไม่ได้ทำและมาเปลี่ยนความฝันให้เป็นความจริงเพื่อประชาชน

วันพฤหัสบดีที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2564

"แพทองธาร" เลือกซื้อของยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยด้วยตนเอง พร้อมส่งกำลังใจ ขอให้เข้มแข็ง ผ่านพ้นวิกฤตโดยเร็ว

 













"แพทองธาร" เลือกซื้อของยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยด้วยตนเอง  พร้อมส่งกำลังใจ ขอให้เข้มแข็ง ผ่านพ้นวิกฤตโดยเร็ว

 

ที่ศูนย์แสดงสินค้านานาชาติ จังหวัดขอนแก่น นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ประธานที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม พรรคเพื่อไทย เป็นตัวแทนรับมอบ ข้าวสาร จำนวน 15 ตันหรือ 3,000 กระสอบ จากโรงสีข้าว ส.ไทยเจริญ จังหวัดสุรินทร์

 

 เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ในพื้นที่ภาคอีสาน ผ่านทาง ส.ส.พรรคเพื่อไทย อาทิ นายแพทย์โอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย ส.ส. จังหวัดชัยภูมิ นายวันนิวัติสมบูรณ์ ส.ส.จังหวัดขอนแก่น นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย

 

จากนั้น ที่ร้านเจ้รัช ถนนกลางเมือง ขอนแก่น นางสาวแพทองธาร ชินวัตร เดินทางมาเลือกซื้อ สิ่งของเพื่อการอุปโภคบริโภคเพิ่มเติม โดยตั้งใจมาเลือกซื้อเพื่อนำไปประกอบถุงยังชีพ ให้มีความหลากหลายมากขึ้น ทั้ง ส่วนของแห้งและ สิ่งของที่สามารถเปิดรับประทานได้ทันที อาทิหมูหยอง กุนเชียง ไส้กรอกอีสาน ไก่ย่างเขาสวนกวาง ที่สามารถนำไปอุ่นร้อนพร้อมทาน นอกจากนี้ยังมีขนมสำหรับเด็กๆด้วย

 

ขณะเดียวกัน ยังได้กล่าวแสดงความห่วงใยถึงผู้ประสบอุทกภัยและขอให้ผ่านพ้นสถานการณ์วิกฤตนี้ไปให้ได้

" ขอให้ทุกคนเข้มแข็ง ภัยธรรมชาตินี้จะผ่านไปได้เร็วที่สุด ขอให้ทุกคนมีกำลังใจกันมากๆ ถ้าได้รับของแล้ว ทานให้อิ่ม นอนพักจะได้มีแรง สำหรับวันพรุ่งนี้" นางสาวแพทองธาร กล่าว

แฟชั่นโชว์ "ครามสกล" สุดปัง! กลางที่ประชุมใหญ่พรรคเพื่อไทย สะท้อนมุมมองอีสาน พลังภูมิปัญญา และ Soft power เพื่อโอกาสพี่น้องประชาชน

 












แฟชั่นโชว์ ‘ครามสกล’ ครั้งแรกของการประชุมใหญ่พรรคการเมืองในประเทศไทย นำเสนอมุมมองใหม่ของความเป็นอีสาน พลังแห่งภูมิปัญญา วิทยาศาสตร์ และ soft power ที่พรรคเพื่อไทยมองเห็นคุณค่าและโอกาสสำหรับพี่น้องประชาชน

.

ส.ส. พรรคเพื่อไทย นำโดย วันนิวัติ สมบูรณ์ ส.ส.ขอนแก่น , สุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา ส.ส.กทม. , ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม. , นิยม เวชกามา ส.ส.สกลนคร , จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด , ชนก จันทาทอง ส.ส.หนองคาย , จักรพล ตั้งสุทธิธรรม ส.ส.เชียงใหม่ , กิตติ์ธัญญา วาจาดี ส.ส.อุบลราชธานี  , อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย และ ชญาภา สินธุไพร สมาชิกพรรคเพื่อไทย ร่วมกันเดินแฟชั่นโชว์ในชุดผ้าย้อมครามสกลบนเวทีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2564 พรรคเพื่อไทย “พรุ่งนี้เพื่อไทย : เพื่อชีวิตใหม่ของประชาชน” ปลุกความหวัง คืนความฝันให้พี่น้องประชาชนกันอีกครั้ง ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ จังหวัดขอนแก่น ประกอบดนตรีแนวอีสานฟิวชั่นที่นำทำนองดนตรีพื้นบ้านอีสานผสมผสานกับดนตรีสากลอย่างลงตัว

.

สำหรับผ้าย้อมครามสกล นับเป็นภูมิปัญญาพื้นบ้านของชาวจังหวัดสกลนคร ซึ่ง ‘สกุณา สาระนันท์’ ส.ส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย และชาวบ้านในพื้นที่ได้ร่วมกันพัฒนาต่อยอดยกระดับให้เป็นสินค้าเศรษฐกิจฐานราก โดยได้รับแรงบันดาลใจส่วนหนึ่งมาจากโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) ในสมัยรัฐบาลพรรคไทยรักไทย ซึ่งเม็ดสีครามยังสามารถพัฒนาสู่มิติอื่นๆ ได้ อาทิ อาหาร เวชสำอางค์ หรือแม้แต่ ออร์แกนิคเซมิคอนดักเตอร์ (organic-semiconductor) ที่มีศักยภาพในทางการแพทย์ ซึ่งต้นแบบโอทอปในมิติใหม่ ที่เพื่อไทยอยากให้เป็น

.

สำหรับ โครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ หรือ OTOP ก็เป็นโครงการหนึ่งในนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากของรัฐบาลไทยรักไทย ที่นำโดย ดร.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งประสบความสำเร็จและได้รับการชื่นชมอย่างมากจากพี่น้องประชาชน

.

หัวใจของการพัฒนาสินค้า OTOP คือ การสร้างสินค้าที่มีอัตลักษณ์ จากทรัพยากรและวัฒนธรรม

ให้เป็นของดีประจำท้องถิ่นนั้นๆ เพื่อให้เกิดอาชีพ เกิดรายได้ของคนในชุมชน และวันนี้ถึงเวลาของวันใหม่ของ OTOP ซึ่งพรรคเพื่อไทย เล็งเห็นความสำคัญ คุณค่าและโอกาสของสินทรัพย์จากภูมิปัญญาเหล่านี้ให้เป็นโอกาสทางเศรษฐกิจของคนไทย และพร้อมจะผลักดันสินทรัพย์จากภูมิปัญญาของพี่น้องประชาชนทั่วประเทศให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง

.

#พรุ่งนี้เพื่อไทย #เพื่อชีวิตใหม่ของประชาชน

วันอังคารที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2564

พรรคเพื่อไทย ขับ "ศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ และ พรพิมล ธรรมสาร" พ้นจากความเป็นสมาชิกพรรค

 



 

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย แถลงมติคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย ว่าได้พิจารณารายงานการสอบสวนวินัยและจริยธรรมของคณะกรรมการวินัยและจริยธรรม แล้วมีมติดังนี้

1.      นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ที่มีพฤติการณ์กล่าวหาพรรคและผู้บริหารของพรรคด้วยการแถลงต่อสื่อมวลชนหลายครั้งติดต่อกัน อันมีลักษณะเป็นปฏิปักษ์ต่อพรรค เป็นการทำลายภาพลักษณ์และชื่อเสียงของพรรค ก่อให้เกิดความเสียหายต่อพรรคอย่างร้ายแรง การกระทำดังกล่าวเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับพรรคเพื่อไทย พ.ศ.2561 ข้อ 19(3) และ (8) และเป็นการกระทำผิดวินัยและจริยธรรมของการเป็นสมาชิกพรรคตามข้อบังคับพรรคข้อ 113 (3) และ (5) จึงเห็นชอบด้วยมติเอกฉันท์ให้ลงโทษนายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ด้วยการให้พ้นจากสมาชิกภาพตามข้อบังคับพรรคข้อ 118 (4) ตามความเห็นของคณะกรรมการวินัยและจริยธรรม

2.      นางสาวพรพิมล ธรรมสาร มีพฤติการณ์ ฝักไฝ่พรรคการเมืองอื่น ไม่ยึดมั่นในเจตนารมณ์และอุดมการณ์ของพรรค อีกทั้งเป็นการกระทำผดซ้ำสองในพฤติการณ์เดียวกัน ซึ่งพรรคเคยมีมมติลงโทษไปแล้ว ตามคำสั่งพรรคเพื่อไทยที่ 0045/2563 ลงวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2563 ซึ่งการฝักไฝ่พรรคการเมืองอื่นของนางสาวพรพิมล ธรรมสาร ถือเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับพรรคเพื่อไทย พ.ศ.2561 ข้อ 19(3) และ (7)  และถือเป็นการกระทำผิดวินัยและจริยธรรมของการเป็นสมาชิกพรรคตามข้อบังคับพรรคข้อ 113 (2) (3) และ (12) จึงเห็นชอบด้วยมติเอกฉันท์ให้ลงโทษนางสาวพรพิมล ธรรมสาร ด้วยการให้พ้นจากสมาชิกภาพตามข้อบังคับพรรคข้อ 118 (4)  ตามความเห็นของคณะกรรมการวินัยและจริยธรรม

จากนั้น จึงนำเข้าสู่ที่ประชุม ส.ส.พรรคเพื่อไทย โดยมีจำนวนกรรมการบริหารพรรคและส.ส. 143 คน มีผู้มาใช้สิทธิ 135 คน ผลการลงคะแนน ปรากฏว่า

1.      นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ มีผู้ลงคะแนนเห็นด้วยกับมติกรรมการบริหารพรรค 131 เสียง ไม่เห็นด้วย 2 เสียง ไม่ลงคะแนน 2 เสียง

2.      นางสาวพรพิมล ธรรมสาร มีผู้ลงคะแนนเห็นด้วยกับมติกรรมการบริหารพรรค 134 เสียง ไม่เห็นด้วย 1 เสียง ไม่ลงคะแนน 0 เสียง

ดังนั้น จึงถึอว่ามติที่ให้นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ และ นางสาวพรพิมล ธรรมสาร พ้นจากสมาชิกภาพของการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย โดยมีเสียงเห็นด้วยไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 หรือ 108 เสียง ดังนั้น นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ และ นางสาวพรพิมล ธรรมสาร จึงพ้นจากความเป็นสมาชิกภาพ พรรคเพื่อไทยนับแต่วันนี้เป็นต้นไป

วันศุกร์ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2564

"พานทองแท้ ชินวัตร" ลุยน้ำท่วม ให้กำลังใจพร้อมมอบสิ่งของผู้ประสบอุทกภัย จ.ชัยภูมิ


 












"พานทองแท้ ชินวัตร" ลุยน้ำท่วม ให้กำลังใจพร้อมมอบสิ่งของผู้ประสบอุทกภัย จ.ชัยภูมิ

นายพานทองแท้ ชินวัตร และคณะ ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตน้ำท่วมในพื้นที่อ.คอนสวรรค์ จ.ชัยภูมิ โดยในวันนี้ นายพานทองแท้ ชินวัตร และคณะได้เดินทางมาร่วมลงพื้นที่เพื่อรับมอบสิ่งของ จำเป็นเพื่อการอุปโภคบริโภค ให้กับชาวบ้านที่เดือดร้อนด้วยตัวเอง โดยกำหนดการรับมอบสิ่งของตามจุดต่างๆ นั้น เริ่มต้นที่ บ้านแก่งโก อ.แก้งสนามนาง จ.นครราชสีมา / สะพานข้ามลำน้ำก่ำ บ้านโนนสะอาด - กุดโดน ต.โนนสะอาด / บ้านลำชี /และสิ้นสุดการรับมอบสิ่งของในพื้นที่ตัวอำเภอเมืองชัยภูมิ

 

สำหรับบรรยากาศของการลงพื้นที่ในวันนี้ แม้ ประชาชนในพื้นที จะต้องเผชิญกับอุทกภัย แต่ก็ยังออกรอพบนายพานทองแท้และคณะตลอดเส้นทาง  พร้อมขอถ่ายภาพเป็นที่ระลึก และ ได้บอกเล่าถึงความทุกข์ยาก ระหว่างที่ต้องทนกับสถานการณ์อุทกภัย

 

ซึ่ง นายพานทองแท้เดินทางมาให้กำลังใจประชาชน รวมถึงผู้ประสบอุทกภัย อย่างเป็นกันเอง ขนาดเดียวกัน ประชาชนในพื้นที่ ได้ฝากความคิดถึงไปยังอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตรด้วย

 


ภาพบรรยากาศ คุณโอ๊ค พานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายอดีตนายกรัฐมนตรี ดร.ทักษิณ ชินวัตร ลงพื้นที่มอบสิ่งของบรรเทาทุกข์ จ.ชัยภูมิ







ภาพบรรยากาศ คุณโอ๊ค พานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายอดีตนายกรัฐมนตรี ดร.ทักษิณ ชินวัตร ลงพื้นที่มอบสิ่งของบรรเทาทุกข์ ให้กับพี่น้อง บ้านแก่งโก อ.แก้งสนามนาง, บ้านโนนสะอาด-กุดโดน บริเวณสะพานข้ามลำน้ำก่ำ ต.โนนสะอาด อ.คอนสวรรค์ จ.ชัยภูมิ


วันจันทร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2564

ส.ส.ชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย นำโดย นพ.สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ , พรเพ็ญ บุญศิริวัฒนกุล และ นพ.โอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม สาหัสที่สุดในรอบ 30 ปี

 







ส.ส.ชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย นำโดย นพ.สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ , พรเพ็ญ บุญศิริวัฒนกุล และ นพ.โอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม สาหัสที่สุดในรอบ 30 ปี ชี้สาเหตุจากการบริหารจัดการน้ำผิดพลาด กักเก็บน้ำไว้แล้วระบายไม่ทัน จนประชาชนต้องลำบาก

.

นพ.สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ส.ส.ชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่ด่านระวังน้ำท่วม อ.คอนสวรรค์ และ อ.บ้านแท่น จ.ชัยภูมิ พบว่า สะพานข้ามลำน้ำชี จุดบ้านลำชี น้ำเพิ่มสูงเข้าท่วมไร่นาชาวบ้านเสียหาย จุดสะพานข้ามลำน้ำก่ำ บ้านกุดโดนและบ้านพันชาติ พบสะพานถูกน้ำพัดพังเสียหาย ชาวบ้านใช้สัญจรไม่ได้ จุดลำน้ำพรมและลำน้ำเชิญ อ.บ้านแท่น ระดับน้ำท่วมสูงถนนถูกตัดขาด ชาวบ้านไม่สามาถเข้าออกได้ตามปกติ ส่วนในเขตเทศบาลเมืองชัยภูมิ โรงพยาบาลชัยภูมิถูกน้ำท่วมจนต้องใช้เรือรอรับส่งคนไข้ฉุกเฉิน จึงอยากวอนให้กรมเจ้าท่าเร่งสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งลำน้ำชีเพิ่มเติมจากเดิมที่ก่อสร้างไว้บางส่วนซึ่งไม่สามารถกั้นน้ำในกรณีที่มีน้ำป่าได้ และเร่งบริหารจัดการน้ำในอ่างและเขื่อนเก็บน้ำในภาคตะวันออกเฉียงเหนืออย่างเร่งด่วน

.

พรเพ็ญ บุญศิริวัฒนกุล ส.ส.ชัยภูมิ ลงพื้นที่ อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่เป็นผู้ป่วยติดเตียง โดยระดับน้ำใน อ.ภูเขียว เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง จากน้ำฝนและน้ำที่ระบายจากเขื่อนที่สมทบกัน จึงต้องขอให้กรมชลประทานบริหารจัดการน้ำให้ดีกว่านี้เพื่อไม่ให้ประชาชนเดือดร้อน  

.

ด้าน นพ.โอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย ส.ส.ชัยภูมิ กล่าวว่า พื้นที่ อ.เมืองชัยภูมิ ซึ่งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจจมน้ำแล้ว 100% เป็นความผิดพลาดของภาครัฐชัดเจนในเรื่องการบริหารจัดการน้ำในเขื่อนลำปะทาวที่กักเก็บน้ำไว้จำนวนมาก ประกอบกับเมื่อมีฝนตกทำให้น้ำในลำน้ำชีเพิ่มสูงขึ้น ถ้าน้ำในลำน้ำชีไม่มากและน้ำในเขื่อนไม่มาหนุน เมืองชัยภูมิก็จะไม่ท่วม และเมื่อน้ำท่วมแล้ว ภาครัฐก็ไม่มีอาหาร ไม่มีเรือสัญจร ถุงยังชีพไม่เพียงพอ ตอกย้ำว่าบริหารจัดการน้ำล้มเหลว การจัดการเยียวยาประชาชนในเมืองก็ล้มเหลวเช่นกัน

“หมอชลน่าน”ผิดหวัง“บิ๊กตู่”ลงพื้นที่แค่วัดพลังการเมืองไม่ฟังเสียงประชาชน



   นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า กรณีที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี และนายอุดม รัฐอมฤต อดีตคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ปี 60 ยืนยันว่าพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  ไม่เข้าเงื่อนไขตามที่รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 มาตรา 158 วรรคสี่ ระบุว่า “นายกรัฐมนตรีจะดำรงตำแหน่งรวมกันแล้วเกิน 8 ปีมิได้ ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการดำรงตำแหน่งติดต่อกันหรือไม่ แต่มิให้นับรวมระยะเวลาในระหว่างที่อยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปหลังพ้นจากตำแหน่ง เนื่องจากการนับอายุดำรงตำแหน่ง เริ่มขึ้นเมื่อรัฐธรรมนูญ ปี 2560 มีผลบังคับใช้ ไม่นับตั้งแต่ก่อการรัฐประหาร 


การตีความของนายวิษณุ และนายอุดมจึงเป็นการตีความกฎหมายแบบศรีธนญชัย เพื่อเอาใจผู้มีอำนาจมากกว่าที่จะพิจารณาถึงข้อกฎหมาย นอกจากนี้การพูดเช่นนี้เป็นการชี้นำศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายวิษณุ ทำตัวเป็นศาลรัฐธรรมนูญเสียเอง ดังนั้นในส่วนของพรรคฝ่ายค้านจะมีการยื่นตีความคุณสมบัติของพลเอกประยุทธ์ อย่างแน่นอน ว่าขัดกันซึ่งผลประโยชน์หรือไม่ ส่วนกรณีที่พรรคร่วมรัฐบาลออกโจมตีฝ่ายค้านในกรณีดังกล่าว เป็นเพียงต้องการเกาะอำนาจเท่านั้น เพราะถ้าผลออกมาว่าประยุทธ์ หลุดตำแหน่งก็จะหลุดตามไปด้วย


นายแพทย์ชลน่าน กล่าวด้วยว่า  การลงพื้นที่ตรวจดูสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ของพลเอกประยุทธ์ นั้น เป็นการไปสร้างภาระให้กับหน่วยงานในพื้นที่มากกว่า ทั้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ข้าราชการทุกหน่วยงานนับร้อยคน ต้องทิ้งภารกิจทุกอย่างเพื่อมารอต้อนรับพลเอกประยุทธ์ ลงตรวจพื้นที่ ทั้งๆ ที่ข้าราชการเหล่านี้ควรออกไปช่วยชาวมากกว่า นอกจากนี้ประชาชนที่ไปรอต้องรับต้องผ่านการคัดกรองและจัดฉากให้พูดเยินยอพลเอกประยุทธ์ อย่างเดียวเท่านั้นไม่สามารถสะท้อนปัญหาของพื้นที่ได้แต่อย่างใด  


“นอกจากนี้การลงพื้นที่ของพลเอกประยุทธ์ เป้าหมายไม่ได้ลงไปพบปะพี่น้องประชาชน แต่เป็นการวัดพลังในพรรคพลังประชารัฐมากกว่า ดังนั้นจึงเห็นการระดม ส.ส. ของพรรคไปรอรับพลเอกประยุทธ์เพียงจำนวนหนึ่งเท่านั้น  สะท้อนถึงความไม่มีเสถียรภาพของรัฐบาล ดังนั้นผลที่ออกมาจึงไม่ได้เป็นการไปให้กำลังประชาชน 

แต่ไปเพื่อสร้างฐานอำนาจในพรรคมากกว่า” นายแพทย์ชลน่าน กล่าว

17 ปีความจริงปรากฏ! "ไพศาล พืชมงคล" ยืนยันชัดเจน "ทักษิณ ไม่เกี่ยวกับเหตุการณ์กรือเซะ!!!" ย้ำไม่ได้เกี่ยวข้องและไม่รู้เรื่องด้วยซ้ำ

  02 ธ.ค. 2564 - นายไพศาล พืชมงคล อดีตกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี ประจำรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) โพสต์เฟซบุ๊กในสหัวข้อ “ทักษิณไม...