วันจันทร์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

“พิชัย” อัด 7 ปี “ประยุทธ์” ล้มเหลวทุกด้าน ชี้ เศรษฐกิจดิ่งเหว สังคมแตกแยก และ การเมืองย้อนยุค เชื่อ หากไม่มีปฏิวัติ ไทยเจริญกว่านี้มาก

 


นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ด้านเศรษฐกิจ กล่าวในการอภิปรายออนไลน์ “ไทยไม่ทน” ว่า ครบรอบ 7 ปีการปฏิวัติรัฐประหาร ประเทศไทยเสื่อมถอยทุกด้าน จำได้ว่าวันนี้เมื่อ 7 ปีที่แล้ว ถูกเรียกตัวปรับทัศนคติครั้งแรกหลังการปฏิวัติ และต้องไปนอนที่ มทบ. 11 และทหารก็มาสัญญาว่าจะเข้ามาแก้ไขปัญหาไม่นานแล้วจะรีบเลือกตั้งกลับสู่ประชาธิปไตยที่แท้จริง แต่ผ่านมา 7 ปี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังสืบทอดอำนาจและเป็นผู้นำอยู่เลย ต่อมาตนถูกเรียกปรับทัศนคติอีก 8 หน ถูกเรียกดำเนินคดี 4 หน รวม 12 หน เพราะเตือนเรื่องเศรษฐกิจ และเศรษฐกิจก็ย่ำแย่ทรุดลงมาเรื่อย ซึ่ง ผลงานการบริหารประเทศ 7 ปีของพลเอกประยุทธ์ ต้องเรียกว่า “ล้มเหลว” ในทุกด้าน ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และ การเมือง โดยขออธิบายดังนี่

 

ล้มเหลวทางเศรษฐกิจ เศรษฐกิจไทยขยายตัวต่ำกว่าศักยภาพมาตลอด ยิ่งพอพลเอกประยุทธ์มาเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจเอง เศรษฐกิจกลับยิ่งทรุดหนัก เศรษฐกิจไทย 7 ปี ขยายตัวเฉลี่ยได้เพียงปีละ 1% กว่าเท่านั้น หนี้สาธารณะไทยจะพุ่งเกิน 9 ล้านล้านบาท และ จะทะลุเพดาน 60% หนี้ครัวเรือนทะลุ 92% แล้ว และ ยังพุ่งต่อ ธนาคารแห่งประเทศไทยเริ่มกังวลต่อหนี้เสียที่มากขึ้น ธุรกิจเจ๊งปิดตัวกันมาก การว่างงานพุ่งสูง รายได้ของประชาชนลดลงกันถ้วนหน้า การเก็บรายได้ของรัฐลดลง และยังไม่มีทิศทางทึ่พลเอกประยุทธ์จะฟื้นเศรษฐกิจได้อย่างไร

 

ล้มเหลวทางสังคม สังคมแตกแยกมาก รัฐบาลใช้ไอโอในการโจมตีคนเห็นต่างสร้างความแตกแยกมากยิ่งขึ้น มีการจับกุมคนเห็นต่าง คนรุ่นใหม่หมดความหวัง อยากจะย้ายไปอยู่ประเทศอื่น ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าห่วงว่าคนฉลาดและคนเก่งจะย้ายออกไปต่างประเทศกันหมด นอกจากนี้ยังมีความล้มเหลวทางสาธารณสุขที่คนติดไวรัสทั้งเจ็บและล้มตายกันมาก ซึ่งน่าห่วงมากเพราะยังมีปริมาณเพิ่มขึ้นตลอด

 

ความล้มเหลวทางการเมือง การเมืองย้อนยุคไป 30 ปี มีพรรคเล็กพรรคน้อยเต็มไปหมด ไม่สามารถดำเนินนโยบายได้ พรรคร่วมรัฐบาลขัดแย้งหนัก รัฐธรรมนูญมีปัญหามากแต่ไม่ยอมแก้ไขเพราะกลัวเสียอำนาจ มี 250 สว. ตั้งเองเลือกตัวเองเป็นนายกฯ รักษาอำนาจทั้งที่บริหารประเทศได้ย่ำแย่จนประชาชนไม่พอใจและได้ออกมาประท้วงขับไล่กันจำนวนมาก

 

นี่เป็นความล้มเหลวหลักๆ ที่เห็นได้ชัด และยังมีความล้มเหลวด้านอื่นๆอีกมาก

 

อย่างไรก็ตาม หากไม่มีการปฏิวัติ ประเทศไทยคงพัฒนาไปกว่านี้มาก ประเทศคงมีรถไฟความเร็วสูงไป เชียงใหม่ และ หนองคายเชื่อมต่อประเทศจีนไปแล้ว ภาคเหนือและภาคอีสานจะมีการพัฒนาอย่างมาก มีการบริหารจัดการน้ำที่ดี ไม่ต้องมากังวล น้ำท่วม น้ำแล้ง กันทุกปี เด็กไทยจะมีความสามารถทางด้านเศรษฐกิจดิจิตอลจากโครงการแจกแท็บเล็ต และน่าจะต้องมีบริษัทเทคโนโลยีระดับยูนิคอร์นเกิดขึ้นกันมาก ซึ่งหากจำกันได้เศรษฐกิจไทยในปี 2555 ภายหลังจากปีน้ำท่วมเศรษฐกิจไทยขยายตัวถึง 7.2% จากนโยบายต่างๆที่รัฐบาลสมัยนั้นนำเสนอไว้และทำได้จริงทุกนโยบาย จนมาปี 2556 มีการประท้วงโดยมีข้อสงสัยว่าจะร่วมมือกันเพื่อนำไปสู่การทำปฏิวัติจึงทำให้เศรษฐกิจไทยแย่ลง และ แย่ลงมาตลอดหลังการปฏิวัติ ดังนั้นหากไม่มีปฏิวัติ คนไทยคงมีความสุขกว่านี้มาก

 

ครบ 7 ปีของการปฏิวัติ ประเทศไทยได้เสื่อมถอยลงทุกด้าน พลเอกประยุทธ์พิสูจน์แล้วว่าเป็นผู้นำที่ไม่มีความรู้ความสามารถเพียงพอและตามโลกไม่ทัน อีกทั้งยังไม่สามารถที่จะแยกแยะลำดับความสำคัญของเรื่องต่างๆได้  หากพลเอกประยุทธ์ยังคงดื้อรั้นที่จะเป็นผู้นำต่อไป ประเทศไทยจะยิ่งย่ำแย่ลงไปเรื่อยๆ และจะทำให้เกิดหนี้สินล้นประเทศและประเทศจะเสียหายจนเกินเยียวยาได้ รัฐบาลในอนาคตจะประสพยากความลำบากอย่างมากในการแก้ปัญหาและฟื้นฟูเศรษฐกิจ หรือ อาจจะแก้ไม่ได้เลยถ้าพลเอกประยุทธ์ยังคงเป็นผู้นำอยู่ เพราะพลเอกประยุทธ์จะสร้างความเสียหายเพิ่มขึ้นไปอีกเรื่อยๆ


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

พรรคเพื่อไทย ขับ "ศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ และ พรพิมล ธรรมสาร" พ้นจากความเป็นสมาชิกพรรค

    นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย แถลงมติคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย ว่าได้พิจารณารายงานการสอบสวนวินัยและจริยธรรมของคณะกร...