วันอังคารที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

โรงแรมข้าวสารหมดสายป่าน! เจ้าของครวญอยากตายก็ไม่ได้ จำนำทรัพย์สินเกลี้ยงหมดทุกอย่าง “เหมือนเชือกรัดคอแน่นไปเรื่อยๆ”

 


 

สมาชิกเว็บไซต์พันทิพคนหนึ่ง เขียนกระทู้ลงในเว็บไซต์ว่า “ทำอย่างไร เหลือเงินสดก้อนสุดท้ายแล้ว” โดยเล่าว่าลงทุนทำโรงแรมขนาดเล็กที่ถนนข้าวสารโดยเอาทรัพย์สินจากครอบครัวมาลงทุน แต่จากสถานการณ์โควิด ทำให้โรงแรมของตนปิดมากว่า 2 ปี ไม่มีรายได้ จนตอนนี้มีแต่รายจ่าย 1 ล้านบาทต่อปี แต่ไม่มีรายได้เลยสักบาทเดียว โดยมีข้อความว่า

“ผมทำธุรกิจโรงแรมขนาด 25 ห้องแถวๆ ถ.ข้าวสาร ตอนนี้เปิดก็เหมือนปิดไม่มีคนพักมา 2 ปีแล้วเหลือพนักงาน 2 คนคอยเฝ้าและทำความสะอาดเล็กๆน้อย

จนมาถึงตอนนี้ผมหมดเงินที่มีและที่คิดว่าจะหาได้มาหมดแล้วจนปัญญา จะปิดเต็มรูปแบบก็ติดที่เป็นที่เช่ากับหน่วยงานรัฐทำให้ไม่สามารถปิดได้

ไม่รู้จะเป็นไงอยากจะตายก็ตายไม่ได้เพราะสิ่งที่ลงทุนไปก็จะละลายเป็นศูนย์ มีภาระผูกพันธ์กับคนข้างหลัง เพราะเงินลงทุนก็มาจากต้นทุนเดิมที่บ้านทิ้งไว้ให้คือตอนก่อนหน้าก็คิดว่ายังไหวจำนำทุกสิ่งอย่างของมีค่าไปหมดแล้ว ก็ไม่รู้จะเป็นไง รถยนต์ที่ขายได้ขายไปหมดแล้วตอนนี้ขับรถกระบะเก่าๆคันหนึ่งอยู่

ขอเล่าเพิ่มเติมผมมีส่วนที่เป็นหนี้สินทั้งหมด 6-7 ล้านบาท ทรัพย์สินในรูปอสังหาริมทรัพย์รวมประมาณ 60 ล้านบาท(แต่มันไม่ใช่เงินสดบางส่วนเป็นกรรมสิทธิการเช่า ประกาศขายสิทธิและก็ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างและที่ดินเปล่ายังไม่มีใครสนใจ) รายจ่ายต่อเดือนก็รวมได้ 1-1.25 แสน/เดือน (ค่าเช่า,ค่าน้ำไฟ, พนักงานและที่สำคัญค่าดอกเบี้ยธนาคารและนอกระบบ) รายรับผมมีจากค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์ซึ่งไม่เกี่ยวกับโรงแรมประมาณ 0.75 แสนบาท/เดือน คือเฉลี่ยติดรบประมาณ 7-8 หมื่นบาท อันนี้ยังมี fix cost รายปีเช่น ค่าตรวจบัญชี ค่าประกัน ค่าภาษี และอื่นๆ

เอาเป็นตอนนี้จนปัญญามาถึงปลายทาง  มันเหมือนโดนขึงคอกับไม้ในแต่ละเดือนก็เหมือนโดนขันเชือกให้มันแน่นรัดคอไปเรื่อยๆ จนผมคิดว่าปลายทางแล้ว ส่วนหนึ่งก็คิดไปเรื่อยหนีไปบวชทิ้งปัญหา แต่พอมาคิดก็ไม่ได้เพราะคนรู้ปัญหาก็ผมคนเดียวยังตัดใจไม่ได้ ตอบไม่ได้ทำอย่างไรอึดอัด ผมเชื่อว่าหลายคนคงเป็นแบบผม แล้วแต่ความหนักเบาของปัญหา จะถามว่าไปบนให้ช่วยขายที่ก็บนบานศาลกล่าวมาหมด ถือศิลสวดมนต์นั่งสมาธิก็ทำมาครบ ถามว่าจัดการเรื่องธุรกิจ ผมก็ทำเต็มที่(ในความเห็นผม) ในโอกาศที่ทำได้แล้ว ที่จริงกระทู้ผม มันคงคล้ายๆคนอื่น ทุกข์คล้ายๆกันบางทีเรามองคนอื่นทุกข์มากกว่าด้วยซ้ำแต่สำหรับผมมันเกินไปแล้วจริงๆ

ปัจจุบันอายุ 54 ปีเหนื่อยที่จะสู้ต่อ ไม่มีเงินเก็บ"


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

พรรคเพื่อไทย ขับ "ศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ และ พรพิมล ธรรมสาร" พ้นจากความเป็นสมาชิกพรรค

    นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย แถลงมติคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย ว่าได้พิจารณารายงานการสอบสวนวินัยและจริยธรรมของคณะกร...