วันพุธที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2564

ภูมิธรรม เวชยชัย : ทำไมต้องเสนอแก้ไข รธน.ทั้งฉบับควบคู่กับการเสนอแก้เป็นรายมาตรา



ทำไมต้องเสนอแก้ไข รธน.ทั้งฉบับควบคู่กับการเสนอแก้เป็นรายมาตรา


เป็นที่ประจักษ์ชัดกันอยู่แล้วว่า รธน. ปี 60 ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันก่อให้เกิดปัญหามากมาย และ ถูกวางกลไกให้ยากต่อการแก้ไข  


การเสนอแก้ไข รธน. ทั้งฉบับเป็นการยืนยันนโยบายและจุดยืนเดิมของพรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมฝ่ายค้าน ซึ่งเห็นว่าการแก้ไข รธน.ทั้งฉบับเป็นสิ่งที่จำเป็น ผ่าน สสร. เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมได้อย่างเต็มที่ นี่คือหลักการพื้นฐานที่ถูกต้อง และ ควรผลักดันให้เกิดขึ้นโดยเร็ว  


แต่สถานการณ์ทางการเมืองในวันนี้ ไม่มีหลักประกันใด ๆ เลยว่าการแก้รธน.ทั้งฉบับ หรือ การมี สสร.จะเกิดขึ้นได้เมื่อไรหรือจะเกิดขึ้นหรือไม่ ?

การทำการเมืองที่ส่งเสริมระบอบประชาธิปไตย ให้เข้มแข็ง ต้องยึดหลักการและอุดมการณ์ประชาธิปไตยอย่างมั่นคง แต่ที่สำคัญ ต้องเข้าใจ วิธีการจัดการ ที่สอดรับกับความเป็นจริงและเคารพความเห็นต่างของทุกฝ่าย แสวงหาความร่วมมือกับทุกคน


ดังนั้นพรรคเพื่อไทยจึงเห็นความจำเป็นในการเสนอแก้ไขร่าง รธน.รายมาตรา ให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนในบางด้านเช่น เรื่องการเพิ่มสิทธิเสรีภาพ ให้มากขึ้นหรือ การยืนยันเพิ่มสิทธิการประกันตัวของผู้ถูกกล่าวหาให้ได้ รับการคุ้มครอง ในคดีอาญาใดๆ รวมทั้ง การแก้ไข ในบางประเด็นให้มีความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น จึงเป็นเรื่องที่สมควรทำควบคู่ไปกับการเสนอแก้ไขทั้งฉบับ  


โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับระบบการเลือกตั้ง ซึ่งควรต้องกลับไปใช้กระบวนการที่สะท้อนเจตนารมณ์ของประชาชนให้ได้มากที่สุด เช่น การเลือกตั้งโดยใช้บัตร 2 ใบ เพื่อให้ประชาชน “เลือกคนที่รัก เลือกพรรคที่ใช่” ตามแบบ รธน.ปี 40 ซึ่งเป็นที่ยอมรับโดยทั่วกันว่าเป็น รธน.ที่มีความเป็นประชาธิปไตยมากที่สุด      


ผมคิดว่าการเสนอแก้ไข รธน.ทั้งฉบับควบคู่กับการเสนอแก้เป็นรายมาตราไม่น่าจะเกิดความเสียหายใดๆ  ในทางตรงข้ามกลับ น่าจะเกิดผลดีมากกว่า เพราะหากเกิดมีอุบัติเหตุทางการเมือง และเกิดการเลือกตั้งขึ้นกะทันหัน ...อย่างน้อยที่สุด เราอาจได้กติกาบางเรื่องที่ดีและมีความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น 


แต่ถ้าไม่แก้รายมาตราเลย หากเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองขึ้น เราก็จะต้องกลับเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้ง

ตามกติกาเดิมที่ "คสช." กำหนดขึ้น...เหมือนการเลือกตั้งครั้งล่าสุด

 

ผมจึงไม่เห็นว่าการทำ 2 อย่างควบคู่กันไป จะก่อผลเสียหายใดๆมากมาย..แล้วทำไมเราจะไม่ทำทุกอย่างให้ดีขึ้น เราควรทำทุกช่องทางที่จะเกิดประโยชน์ !!!! 


และที่สำคัญที่สุดคือการสื่อสารให้ประชาชนร่วมรับรู้ เพื่อร่วมเข้าช่วยกันผลักดันให้เกิดการแก้ไขเปลี่ยนแปลง รธน.ปี 60 ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขทั้งฉบับ หรือ รายมาตรา ในอันที่จะกดดันให้รัฐ (เผด็จการแฝงรูป) ต้องเร่งดำเนินการโดยไม่บิดพลิ้ว 


ภูมิธรรม เวชยชัย

17 มิถุนายน 64


https://www.facebook.com/2175514402516392/posts/4193170807417398/?d=n

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

พรรคเพื่อไทย ขับ "ศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ และ พรพิมล ธรรมสาร" พ้นจากความเป็นสมาชิกพรรค

    นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย แถลงมติคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย ว่าได้พิจารณารายงานการสอบสวนวินัยและจริยธรรมของคณะกร...